หางานหาดใหญ่ หาดใหญ่ ชัดทุกเรื่องเมืองหาดใหญ่ สงขลา อับเดตข่าวหาดใหญ่ Hatyaifocus สาวสวยหาดใหญ่ หนุ่มหล่อหาดใหญ่

ติดตามข่าวสารหาดใหญ่ ข่าว งาน ที่พัก อับเดทตลอด 24 ชม. ได้ที่นี่ APP IOS
ติดตามข่าวสารหาดใหญ่ ข่าว งาน ที่พัก อับเดทตลอด 24 ชม. ได้ที่นี่ APP ANDROID
ติดต่อลงโฆาณา หาดใหญ่โฟกัส หางานหาดใหญ่
บอกเพื่อนคุณ
"วิศิษฏ์"ทายาทรุ่นที่ 3 ห้างลีวิวัฒน์สงขลา กับเส้นทางการบริหารจากร้านโชห่วย สู่ห้างลีวิวัฒน์สงขลา มากกว่า 14 สาขา
16 ธันวาคม 2564 | 7,228

หากเราพูดถึงห้างสรรพสินค้าท้องถิ่นของจังหวัดสงขลา แน่นอนชาวสงขลารู้จักกับห้างลีวิวัฒน์ ห้างที่อยู่คู่กับชาวสงขลา 50 กว่าปี ภายใต้การบริหารของลูกหลาน ซึ่งแรกเริ่มนั้นต้องบอกก่อนว่า ลีวิวัฒน์สงขลาใช้ชื่อว่า ร้านลีเชียงฮวด เป็นร้านขายของชำเบ็ดเตล็ดตั้งแต่ สบู่ ผงซักฟอก ยาสีฟัน ของใช้เครื่องครัว หม้อ  กระทะ ต่าง ๆ ซึ่งในสมัยนั้นจะเป็นร้านแบบโชห่วยดั้งเดิมเลย หาดใหญ่โฟกัส มีโอกาสได้สัมภาษณ์  คุณวิศิษฏ์ อรุโณประโยชน์ ทายาทรุ่นที่สาม ได้เล่าให้เราฟังว่า

ก่อนอื่นครับผมขอเล่าถึงประวัติส่วนตัว ผมนาย วิศิษฏ์ อรุโณประโยชน์ เกิด 4 กันยายน 2522 ปัจจุบันอายุ 42 ปี 

การศึกษา 
ป.6 รร.วิเชียรชม

ม.3 รร.มหาวชิราวุธ รุ่น 96

ปวช. ช่างยนต์ วิทยาลัยเทคนิคหาดใหญ่

ปวส. คอมพิวเตอร์ Diploma IT Support Inti International College รัฐปีนัง มาเลย์เซีย

ปริญาตรี วิศวะคอมพิวเตอร์ Computer Engineering University of Western Sydney ออสเตรเลีย

ปริญญาโท วิศวะคอมพิวเตอร์ สาขา E-Comerce Unerversity of Western Sydney ออสเตรเลีย

ช่วยเล่าให้ฟังถึง ประวัติร้านลีวิวัฒน์หน่อยได้ไหมคะ 

- ย้อนไปเมื่อประมาณสี่สิบกว่าปีที่แล้ว รุ่นปู่เริ่มเข้ามาขายของที่เมืองสงขลา เป็นร้านตึกแถวหนึ่งคูหาบนถนนเพชรคีรี อำเภอเมือง จังหวัดสงขลา โดยสมัยนั้นใช้ชื่อว่า ร้านลีเชียงฮวด เป็นร้านขายของชำเบ็ดเตล็ดตั้งแต่ สบู่ ผงซักฟอก ยาสีฟัน ของใช้เครื่องครัว หม้อ ไห กะทะ ต่างๆ ซึ่งในสมัยนั้นจะเป็นร้านแบบโชห่วยดั้งเดิมคือ วางของเต็มร้าน เน้นสินค้าแบบแน่น ๆ ทางเดินแคบ ๆ ลูกค้าอยากได้อะไรให้ถามเพราะหาเองคงไม่เจอ ราคาสินค้าไม่ติดเขียนเป็นโค้ดราคาทุนภาษาจีน ไว้คนขายเท่านั้นที่รู้ว่าทุนเท่าไหร่ และบวกเอาว่าจะขายเท่าไหร่ สินค้าจะแขวนเต็มไปหมดลูกค้าอยากได้อะไรชี้เอา

 

ในสมัยนั้นนอกเหนือจากขายในร้านแล้วคุณพ่อและคุณอาก็จะเอาสินค้าไปเร่ขายในตลาดสดตามเทศกาลอีกด้วย ทำให้ยอดขายที่ร้านสมัยนั้นถือว่าขายดีเลยทีเดียว ด้วยยอดขายและทำเลที่ร้านตั้งอยู่ใกล้ตลาด ทำให้มีบริษัทต่าง ๆ จากกทมหมุนเวียนมาขายสินค้าให้ ซึ่งในสมัยนั้นการขายแบบใช้หน่วยรถของบริษัทที่ขนสินค้าเต็มคันรถแล้วเร่ขายตามต่างจังหวัดนั้นเป็นที่นิยมมาก

แล้ววันที่ถึงจุดเปลี่ยนของ ร้านลีเชียงฮวด ไปตลอดกาลก็มาถึง วันนั้นบริษัทสหพัฒน์พิบูล ที่เป็นตัวแทนจำหน่าย ผงซักฟอกเปา และ บะหมี่กึ่งสำเร็จรูป มาม่า ได้เชิญคุณพ่อ ตัวแทนร้านลีเชียงฮวดในฐานะคู่ค้าต่างจังหวัดที่มียอดขายดี ไปร่วมงานเลี้ยงขอบคุณลูกค้า ที่งานเลี้ยงคุณพ่อได้รู้จักเพื่อนจากร้านต่าง  ๆ ทั่วประเทศ ได้พบปะพูดคุยแลกเปลี่ยนความรู้ประสบการณ์และหลังจากงานเลี้ยงคุณพ่อได้ไปดูงานที่ร้านต่าง ๆ จากที่กทม. เพิ่มเติม และหลังจากกลับมาคราวนั้นก็เป็นการจุดประกายความคิดการขายแบบใหม่คือเปลี่ยนปรับปรุงหน้าร้านจาก เปลี่ยนชื่อร้านจาก ลีเชียงฮวด เป็น ลีวิวัฒน์ จากเหตุผลที่ว่า ชื่อภาษาไทยจำได้ง่ายกว่า เรียกง่าย คุ้นหูไวกว่า และ ลีวิวัฒน์ ก็มาจาก แซ่ลี และลีที่มีการวิวัฒนาการมานั่นเอง จากนั้นเปิดหน้าร้านให้กว้างขึ้น สินค้าเรียงขึ้นเชลล์ จัดหมวดหมู่สินค้า เพิ่มแสงสว่างในร้าน ขยายทางเดินให้ลูกค้าเดินเข้ามาจับต้อง เลือกสินค้าเองได้ไม่ต้องชี้บอกคนขายให้หยิบมาให้ ใช้เครื่องตีราคาเป็นสติ๊กเกอร์บ่งบอกราคาบนสินค้าอย่างชัดเจน มีเครื่องคิดเงินสามารถบันทึกและออกบิลให้ลูกค้าได้ เป็นต้น

เชื่อไหมว่าเปิดร้านวันแรกยอดขายถล่มทลาย พ่อแม่พี่น้องคนในบ้านช่วยกันจนเหนื่อย ลูกค้าหลายรายไม่ชินกับหน้าร้านใหม่ เห็นร้านดูสว่างสะอาดหรูหราขึ้นถึงขั้นถอดรองเท้าไว้หน้าร้านเลยทีเดียว นั่นคือสาขาที่เป็นซุปเปอร์มาเก็ตสาขาแรก ยอดขายดีอย่างต่อเนื่อง ลูกค้ามาไกลถึงสทิงพระ ระโนด พัทลุง เพราะร้านเราขายถูกสินค้าครบขึ้น จนเป็นที่มาของสาขา 2 ที่อยู่ในคูหาใกล้ ๆ กันโดยได้ซื้อห้องแถวที่ติดกันอีก 3 - 4 คูหา เพื่อขยายออกมาเป็นสาขา 2 โดยเป็นช้อปปิ้งเซ็นเตอร์ ชั้น 1 ขายเสื้อผ้า ชุดชั้นใน เครื่องสำอาง เสื้อผ้าเด็ก ชั้น 2 เป็นซุปเปอร์ (ในปัจจุบันเปลี่ยนไปขายสินค้าประเภทกิ๊ฟช้อปและเครื่องสำอาง)

ส่วนสาขา 3 ตั้งอยู่ที่ตลาดรถไฟ เน้นการขายส่ง เน้นจำนวนชิ้น เป็นสาขาหลักหรือสาขาแม่ ที่ย้ายมาจากสาขาแรก มีคลังสินค้า มีฝ่ายบัญชี ฝ่ายบุคคล ต่างๆ ถือว่าสาขานี้เป็นออฟฟิศหลัก และคลังสินค้าหลักเลยทีเดียว

ต่อมาเปิดสาขา 4 ตรงกันข้ามมหาวิทยาลัยราชภัฏสงขลา ซึ่งเดิมมีเพียง 2 - 3 คูหาแล้วขยายเพิ่มตามยอดขายที่เติบโตอย่างรวดเร็ว

สาขา 5 ตั้งอยู่ที่อำเภอเมือง จังหวัดตรัง เป็นการออกต่างจังหวัดครั้งแรก ให้คุณอาไปดูงานที่นั้น แต่การบริหารก็แยกอิสระ ส่วนระบบการเงินบัญชียังรวมอยู่ในสาขาย่อยของลีวิวัฒน์ ตอนนั้นเราซื้อตึกของห้างไดมอนด์ พร้อมที่ดินที่จอดรถ ขยายโครงการอาคารขนาดใหญ่ให้เชื่อมต่ออาคารที่มีอยู่ เพื่อให้เป็นศูนย์การค้าจะเป็นลักษณะของห้างขนาดใหญ่ มีพื้นที่ให้เช่า 

สาขา 6 ตั้งอยู่ที่ตลาดสวนตูล ทางไปอำเภอจะนะ จังหวัดสงขลา ตรงข้ามทางเข้าสวนสัตว์สงขลา เป็นการบริการอำเภอรอบนอก ส่วนมากจะเป็นคนในพื้นที่ตำบลเกาะแต้ว ตำบลทุ่งหวัง อำเภอเมืองสงขลา

สาขา 7 เป็นสาขาที่รุ่นหลาน คือ ผมและน้องชายเรียนจบกลับมาบุกเบิกทำสาขาแรกด้วยตัวเอง ตั้งอยู่ที่โรงหนังเก่าเพรสซิเด้นท์ ถนนพัทลุง อำเภอเมือง จังหวัดสงขลา เปิดประมาณ 10กว่าปีที่แล้ว มีความพร้อมมากกว่าทุกสาขา ไม่ว่าพื้นที่ขายที่ใหญ่ที่สุดในสมัยนั้น การดำเนินการไม่เน้นสินค้าซุปเปอร์อย่างเดียว เราเน้นความหลากหลายเพิ่มมากขึ้น เรานำสินค้าในกลุ่มสินค้าต่างประเทศ เป็นสินค้าระดับสูงเข้ามาด้วย

สาขา 8 เรามีโอกาสได้ซื้อหุ้นทั้งหมดจากผู้ถือหุ้นทั้งหมด 3 ราย จากโครงการทรัพย์สินพลาซ่า มาบริหารเป็นเจ้าของคนเดียว และดูแลได้อย่างเต็มที่ ซึ่งตัวอาคารมี 3 ชั้น แต่ใช้พื้นที่เพียงชั้น 1 จึงได้ขยายเป็นห้างสรรพสินค้า เนื่องจากเมืองสงขลาสมัยนั้นยังไม่มีห้างสรรพสินค้า เป็นพื้นที่รองรับคนในเมืองสงขลา เพื่อตอบสนองความต้องการของคนในเมือง มีพารท์เนอร์เป็นแบรนด์ชั้นนำเป็นที่นิยมในกลุ่มลูกค้าของเรา เช่น KFC MK S&P Banana IT Mr.DIY PowerBuy เป็นต้น

สาขา 9 สำโรง สมัยนั้นทางเราได้รับการบอกกล่าวจากลูกค้าบริเวณหน้ามหาวิยาลัยว่าอยากได้ฟู้ดคอร์ท ที่ตั้งอยู่หน้ามอเลยได้ทำการเปิดเป็นลี พลาซ่า โดยทำเป็นอาคารให้ลูกค้าเช่าขายอาหาร และในอาคารแบ่งเช่าเป็นห้อง ๆ ไป โดยได้ทำการเปิดเป็นพลาซ่าอยู่ประมาณ 6 ปี จากนั้นดีมานเปลี่ยนเราจึงเปลี่ยนรูปแบบการขายมาเป็นซุปเปอร์อีกครั้งแต่จะเน้นกลุ่มขายส่ง ทั้งมารับเองและไปส่งด้วย 

สาขา 10 หน้าธนาทิพย์ สาขานี้เน้นขายปลีกและมี ร้านเครื่องเขียน B2S เครือเซนทรัลมาเป็นพารท์เนอร์ในสาขาแรก ในปัจจุบันยังมีร้านสะดวกซักเดอะวอชมาไว้บริการลูกค้าอีกด้วย

สาขา 11 สิงหนคร สาขานี้เป็นสาขาที่มีพื้นที่ขายมากที่สุด และแบ่งพื้นที่ออกไปขายส่งถึง40% เลยทีเดียว ทำให้สาขานี้มีทั้งลูกปลีกจากบริเวณใกล้เคียงและร้านโชห่วยจากหมู่บ้านต่าง ๆ มากมาย

สาขา 12 ท่าสะอ้าน สาขานี้กำลังจะเปิดปลายปีนี้ เป็นสาขาที่ตั้งอยู่บนถนนที่ถือได้ว่าเป็นเมืองใหม่ของสงขลา มีอัตราการเติบโตของประชากรสูง ขณะนี้ก่อสร้างแล้วเสร็จ 80% โดยในสาขานี้ทางเราได้เพิ่มจุดแข็งโดยการมีพารท์เนอร์เป็นร้าน Go Waaw! ร้านค้าในเครือเซ็นทรัลรีเทล ขายสินค้าเบ็ตเตล็ด ซึ่งจะเปิดเป็นสาขาแรกในสงขลาที่ร้านเรา และ ร้าน เบเกอรี่ Bellinee’s ร้านเบเกอรี่ในเครือซีพี 

สาขา 14 น้ำกระจาย สาขานี้อยู่ในช่วงก่อสร้างเพิ่งตอกเสาเข็มไปอาทิตย์ที่แล้วนี่เอง โลเคชั่นของสาขานี้ตั้งอยู่ที่บ้านน้ำกระจายถนนกาจนวานิช มีเป้าหมายคือกลุ่มลูกค้าบ้านน้ำกระจาย ควนหิน บางดาน เกาะยอ โดยสาขานี้จะเน้นขายทั้งปลีกและส่งและมีพื้นที่ขายมากกว่า 1000 ตรม กำหนดเปิดกลางปี 65 นี้

 ความยากลำบากในการทำงาน การประคองธุรกิจ

- จะปฏิเสธไม่ได้เลยว่าหลายปีที่ผ่านมานอกเหนือจากร้านค้าปลีกท้องถิ่นหรือห้างเทรดดิชั่นนอลเทรดแล้วห้างโมเดรินเทรด์ และห้างใหญ่ๆระดับประเทศก็ได้ขยับขยายรุกตลาดต่างจังหวัดเข้ามาแทบทุกจังหวัด ไม่เว้นแม่แต่จังหวัดสงขลา และ จังหวัดใกล้เคียง ด้วยศักยภาพของเงินทุน โนฮาว บุคลากร และ ความพร้อมด้านต่างๆแล้วแรกๆก็ทำให้เรารู้สึกหวาดกลัวไม่น้อย คิดว่าจะสู้ห้างยักษ์ใหญ่ต่างชาติบ้าง คนไทยเองบ้างได้ไหม เลยต้องกลับมาทำการบ้านกันยกใหญ่ สิ่งที่ยากคือหาจุดยืนของตัวเอง อะไรที่เป็นจุดเด่นของตัวเอง ลูกค้าของเราปัจจุบันคือใคร ทำไมมาซื้อของที่เรา 

เราต้องทำให้คนสงขลารักเรา เราต้องมองว่าเขามีฟีดแบคอะไรเราก็จะต้องนำมาพัฒนาปรับปรุงอยู่เสมอ ไม่ว่าจะเป็นสินค้าที่นำมาขาย หรือการขยายสาขา เราไม่ใช่ให้เขามาหาซื้อสินค้าที่เรา แต่เราต้องไปหาให้เขา เราต้องไปบริการเขา ดังนั้นเราจำเป็นที่จะต้องเปิดสาขาเยอะๆ เพื่อรองรับคนในท้องถิ่น เพื่อให้สะดวกที่สุด ลดค่าใช้จ่ายให้ลูกค้าให้ได้มากที่สุด ดังนั้นเราจำเป็นต้องเข้าไปหา ให้คนท้องถิ่นรู้ว่า เรามาหาเขา เขาก็จะอยู่กับเราเสมอ ถ้าเราปล่อยให้โอกาสหลุดลอยไป คู่แข่งเข้ามาลูกค้าก็อาจจะไปหาคู่แข่งก็ได้ ซึ่งเรายืนยันว่าราคาเราไม่แพงกว่าห้างใหญ่ห้างต่างชาติแน่ เพราะเราดูต้นทุน เราจะต้องทำอย่างไรก็ได้ให้ต้นทุนถูกที่สุด เพื่อให้ลูกค้าได้ราคาที่ถูกที่สุด

สภาวะเศรษฐกิจในปัจจุบันที่ซบเซาลงเนื่องจากผลกระทบจากCovid-19 ก็มีผลกระทบพอสมควร เราคิดว่าช่วงนี้เป็นช่วงการเรียนรู้ เราได้ เรียนรู้ว่า ช่วงนี้เกิดอะไรขึ้น เราต้องปรับตัวอย่างไร มีค่าใช้จ่ายอะไรบ้าง ลดต้นทุน ค่าใช้จ่าย เสริมการประชาสัมพันธ์ให้มากขึ้น ช่วงเศรษฐกิจแบบนี้คนไม่กล้าจับจ่าย เราก็ต้องใช้สื่อเข้ามา เพื่อให้ลูกค้าได้รับรู้มากขึ้น เชิญชวนให้มาใช้จ่าย เศรษฐกิจไม่ดีคนก็ไม่กล้าออกมาใช้จ่าย ก็ต้องหาแนวคิดใหม่ที่จะให้กลุ่มลูกค้าใช้จ่ายมากขึ้น ยังดีที่นโยบายกระตุ้นเศรษฐกิตต่างๆของรัฐบาลเข้ามาประคองไว้ บัตรประชารัฐหรือโครงการคนละครึ่งเข้ามาเยียวยาทำให้มีการใช้จ่ายบ้างไม่ซบเซาเกินไป

เล่าให้ฟังถึงการการจัดการ การบริหาร มีกี่สาขา ณ ตอนนี้

-ปัจจุบันรวมสาขาที่กำลังจะเปิดก็จะมี 13 สาขา สาขาที่ 14 กำลังจะเปิดตามที่กล่าวไป พนักงานร่วม 1,000 คน ถึงแม้เรามีหลายสาขาแต่หลัก  ๆ งานบุคคล บัญชี จัดซื้อ ต่างๆ จะอยู่ที่ส่วนกลาง คือที่สาขาใหญ่ สาขาตลาดรถไฟ แต่ละสาขาก็จะมีหัวหน้าสาขาดูแลอยู่ และคนในครอบครัวไปดูแลอีกที ก็จะแบ่งดูแลคนละสาขาหมุนเวียนกันไป เราไม่ได้เป็นธุรกิจขนาดใหญ่ แต่งานยุ่งมาก ยังเป็นธุรกิจแบบครอบครัวอยู่เลย เนื่องจากเราขยายออกไปเรื่อยๆ ดูแลเท่าที่ทำได้ ต้องแบ่งเวลาดูแลในทุกๆ สาขา โดยทั้งหมดเป็นคนในครอบครัวช่วยกันบริหาร หลักๆ ก็มีผม น้องชาย และคุณพ่อ

ตอนนี้คิดว่าธุรกิจลีวิวัฒน์ไปถึงจุดไหน 

- ร้านลีวิวัฒน์เป็นร้านท้องถิ่นที่บริหารงานโดยคนท้องถิ่น และ 100% เพื่อคนท้องถิ่นอยู่แล้ว ดังนั้น  คนท้องถิ่นจะเข้าใจความต้องการของลูกค้าท้องถิ่นมากกว่า และเราไม่เคยหยุดนิ่งมีการพัฒนามาเรื่อยๆ ไม่ว่าจะด้านราคา ความสดใหม่ คุณภาพสินค้า และ ความหลากหลายของสินค้า ล่าสุดเราพยายามหาพันธมิตรทางธุรกิจ ไม่ว่าจะเป็นกลุ่มเซนทรัล รีเทลหรือ กลุ่ม CP All เข้ามาเป็นพาร์ทเนอร์ ช่วยกันส่งเสริมบริการลูกค้าให้ถูกใจที่สุด ความสำเร็จลุล่วงเป้าหมายที่เราตั้งไว้ในวันนี้เป็นเพียงแค่ก้าวนึงที่วางเท่านั้น 

เรามีการเรียนรู้พัฒนามาเรื่อย ๆ และต้องเรียนรู้ไปเรื่อยๆ และรับฟังความเห็นจากลูกค้าว่า ต้องการอะไรบ้าง เราทำร้านนี้ขึ้นมาเพื่อคนสงขลา เพื่อให้สงขลามีห้างๆ หนึ่งให้คนที่อยู่ที่นี่ได้ลดค่าใช้จ่ายลง ไม่ต้องขับรถไปหาดใหญ่ ไม่ต้องเสียเวลา เรายังได้ปรับตัวไปตามเทรนด์ ตามเทคโนโลยี ตามคู่ค้าเสมอ ไม่ว่าจะเป็นงานระบบต่าง ๆ งานขายออนไลน์ที่กำลังพัฒนาอยู่ และในอนาคตยังมีแผนที่จะเอาลีวิวัฒน์เข้าตลาดหลักทรัพย์เพื่อระดมทุนในการขยายสาขาธุรกิจ เพิ่มความมั่นคงและเพิ่มมูลค่าของแบรนด์อีกด้วย

 

ข่าวที่เกี่ยวข้อง