หางานหาดใหญ่ หาดใหญ่ ชัดทุกเรื่องเมืองหาดใหญ่ สงขลา อับเดตข่าวหาดใหญ่ Hatyaifocus สาวสวยหาดใหญ่ หนุ่มหล่อหาดใหญ่

ซื้อประกัน เดินทางออนไลน์
ติดตามข่าวสารหาดใหญ่ ข่าว งาน ที่พัก อับเดทตลอด 24 ชม. ได้ที่นี่ APP IOS
ติดตามข่าวสารหาดใหญ่ ข่าว งาน ที่พัก อับเดทตลอด 24 ชม. ได้ที่นี่ APP ANDROID
บอกเพื่อนคุณ
ชุมชนโบราณสทิงพระ เป็นชุมชนสมัยแรกเริ่มประวัติศาสตร์ในภาคใต้ ทำการค้า ทั้งทางเรือและทางบก ยุคแรก ๆ รับอิทธิพลจากอินเดียและจีน
21 กุมภาพันธ์ 2564 | 4,627

อีกหนึ่งความเป็นมาของเรื่องราวทางประวัติศาสตร์ของเมืองสงขลา ในพื้นที่สทิงพระตั้งอยู่ระหว่างอ่าวไทยและทะเลสาบสงขลา ตำบลสทิงพระ ตำบลคูขุด ตำบลบ่อดาน ตำบลบ่อแดง และตำบลกระดังงา อำเภอสทิงพระ จังหวัดสงขลา มีประวัติความเป็นมาอย่างยาวนานที่ควรแก่การศึกษา

โดยมีประวัติความเป็นมาว่า ชุมชนโบราณสทิงพระ เป็นชุมชนสมัยแรกเริ่มประวัติศาสตร์ในภาคใต้ เป็นที่อยู่อาศัยของมนุษย์มาตั้งแต่สมัยชุมชนเกษตรกรรม ทำการค้า ทั้งทางเรือและทางบก ยุคแรกๆรับอิทธิพลจากอินเดียและจีน ทั้งทางตรงและทางอ้อมมาตั้งแต่พุทธศตวรรษที่ 12 จากการขุดค้นภายในตัวชุมชนโบราณสทิงพระพบว่าชุมชนแห่งนี้มีมนุษย์เคลื่อนย้ายเข้ามาก่อตั้งชุมชนและขยายชุมชนออกไปอย่างต่อเนื่อง จนกระทั่งเจริญขึ้นเป็นเมืองมีอำนาจเป็นศูนย์กลางทางการปกครองท้องถิ่น ศาสนาและเศรษฐกิจ ราวพุทธศตวรรษที่ 15 - 18 และมีการติดต่อการค้าขายกับต่างประเทศด้วย

ซึ่งตัวเมืองมีลักษณะเป็นรูปสี่เหลี่ยมผืนผ้า ทิศเหนือกว้าง 280 เมตร ทิศใต้กว้าง 305 เมตร ทิศตะวันออกกว้าง 270 เมตร และทิศตะวันตกกว้าง 275 เมตร อยู่ห่างจากอ่าวไทย 500 เมตร และห่างจากทะเลสาบสงขลา 3,500 เมตร ตัวเมืองตั้งอยู่บนริ้วของสันทรายกลาง ซึ่งเป็นสันทรายที่ใหญ่ที่สุดของคาบสมุทรสทิงพระ มีพื้นที่โค้งนูนเป็นหลังเต่าสูงกว่าพื้นที่ลุ่มที่เป็นนาประมาณ 1 - 2 เมตร มีโคกเนินและพังรอบ ๆ เมืองโบราณสทิงพระ มีคูเมืองสทิงพระ นอกจากเป็นขอบเขตชุมชนแล้ว ยังใช้เป็นเส้นทางสัญจรเชื่อมระหว่างทะเลสาบอ่าวไทย และเป็นคลองส่งน้ำเพื่อการเกษตรกรรม เป็นแหล่งน้ำไว้ยามแล้งและเป็นแหล่งทำการประมง

เป็นที่ทราบกันดีว่าเคยพบหลักฐานที่ขุดพบจากการขุดค้นทางโบราณคดี คือซากโบราณสถานที่มีลักษณะทางสถาปัตยกรรมแบบอิฐประกอบหิน หรือการก่อสร้างที่มีหินเป็นรากฐานฝังรากลึกไปในดินเพื่อความมั่งคงแข็งแรง แต่วัสดุที่ใช้ส่วนอื่นที่มิใช่ฐานจะเป็นอิฐเสียส่วนใหญ่

มีหินแกรนิตแทรกอยู่บ้างเป็นส่วนน้อย และยังขุดพบเครื่องมือเครื่องใช้ที่ทำด้วยเหล็กทองคำ ลูกปัดแก้ว หินรัตนชาติ ภาชนะดินเผา และเศษภาชนะดินเผาปะปนอยู่มากมาย มีทั้งภาชนะดินเผาเนื้อดินธรรมดาของพื้นเมืองที่มีการตกแต่งผิวด้วยมีตัวอักษรโบราณ คือปัลลวะบนภาชนะดินเผาเนื้อแกร่งของจีนสมัยราชวงศ์ถัง (พ.ศ. 1161 - 1451) และภาชนะดินเผาสีเขียวไข่กาของอันนัม ซึ่งเป็นภาชนะดินเผาร่วมสมัยราชวงศ์ซ้อง (พ.ศ. 1503 - 1822) และราชวงศ์หยวน (พ.ศ. 1822 - 1911)

ขอบคุณภาพข้อมูล : ประเพณีไทยดอทคอม

ข่าวที่เกี่ยวข้อง