
สงขลาเป็นเมืองสองทะเล ไม่มีแหล่งน้ำจืดผิวดิน และดินเป็นดินทราย จึงต้องขุดบ่อน้ำขนาดใหญ่ไว้ เมื่อทางรถไฟสร้างมาถึงสงขลาในปี พ.ศ. 2456 นั้น สิ่งที่มาพร้อมกันกับขบวนรถไฟและอาคารสถานี คือโรงซ่อมบำรุงรถจักร บ้านพักเจ้าหน้าที่ โรงรับส่งสินค้าถังน้ำและบ่อน้ำ

แม้สถานีสงขลาจะเป็นเพียงสถานีปลายทางที่อยู่ในทางแยก ไม่ใช่เส้นทางหลักอย่างสถานีอู่ตะเภาหรือชุมทางหาดใหญ่ แต่ความสำคัญอยู่ที่มีท่าเรือรับส่งสินค้าทางทะเล ระยะแรกจึงสร้างเครื่องมือที่เกี่ยวข้องกับการเดินรถจักรไอน้ำไว้อย่างพร้อมสรรพ

โรงรถจักรตั้งอยู่หลังวัดโรงวาสต่อกับวิทยาลัยพยาบาลในปัจจุบัน หน้าโรงรถจักรมีแท่นหรือวงเวียนกลับรถจักร ซึ่งใช้ประโยชน์ในการหมุนรถจักรให้ตรงกับโรงซ่อมและใช้ในการกลับหัวรถจักรไอน้ำ ซึ่งมีห้องขับเพียงด้านเดียว

หลังโรงรถจักรมีถังน้ำสูงรูปแก้วไวน์ มีบ่อน้ำขนาดใหญ่อยู่ทางทิศตะวันออก รถจักรไอน้ำวิ่งได้ เพราะใช้ความร้อนจากการเผาฟืนไปต้มน้ำ เอาพลังไอน้ำไปขับดันลูกสูบ จึงต้องมีจุดเติมน้ำเติมฟืนให้รถจักรแวะ เทียบได้กับปั๊มน้ำมันในสมัยนี้ สงขลาเป็นเมืองสองทะเล ไม่มีแหล่งน้ำจืดผิวดิน และดินเป็นดินทราย จึงต้องขุดบ่อน้ำขนาดใหญ่ไว้ เพื่อเป็นแหล่งน้ำสะอาดสำหรับเติมรถจักร โดยสูบขึ้นไปเก็บไว้ในถังสูง แล้วปล่อยลงมาเติมรถจักรด้วยแรงโน้มถ่วงของโลก

แม้ยังสืบค้นประวัติได้ไม่ชัดเจนมากนัก แต่ผมคิดว่าโรงรถจักรสงขลาและถังน้ำคงไม่ได้ใช้ประโยชน์คุ้มค่าอย่างที่ตั้งใจไว้เมื่อตอนแรกสร้าง ด้วยเหตุที่ห่างออกไปเพียง 30 กิโลเมตรก็มีสถานีชุมทางหาดใหญ่ที่พัฒนามากกว่า มีอุปกรณ์ครบครัน ถังน้ำและโรงรถจักรจึงยุติการใช้งานไปก่อน พ.ศ. 2500 ปัจจุบันไม่มีร่องรอยใด ๆ เหลือให้เห็น บ่อน้ำก็ถูกทิ้งร้างอยู่ริมรั้วคลังน้ำมันสงขลา ชาวบ้านเรียกกันว่า บ่อโอ เป็นบ่อกลมก่อด้วยอิฐ คล้ายบ่อพลับที่มัสยิดอุสาสนอิสลาม แต่กว้างกว่ามาก ในบ่อเต็มไปด้วยเศษขยะและน้ำสกปรก

ชาวบ้านเล่าว่า คลังน้ำมันมีส่วนทำให้น้ำปนเปื้อนคราบน้ำมัน เมื่อคลังน้ำมันรื้อถอนออกไป และเริ่มมีชาวบ้านเข้ามาตั้งบ้านเรือนกลายเป็นชุมชน ชาวบ้านและเทศบาลได้ฟื้นฟูบ่อโอให้ใช้งานได้อีกครั้ง เป็นแหล่งน้ำใช้สำคัญของชุมชนจนถึงทุกวันนี้
ขอบคุณภาพข้อมูล : เพจสถานีรถไฟสงขลา , นายพุทธ ส่องศรี
ว่าวควาย เสียงจากท้องทุ่ง สู่ฟากฟ้าแห่งความทรงจำ
4 ตุลาคม 2569 | 238จากตำนานเทพปราบอสูร สู่เจ้าพ่อเสือ ศูนย์รวมศรัทธาแห่งหาดใหญ่
27 กันยายน 2569 | 343เปิดตำนาน “ขนมบ้า” ขนมแทนลูกสะบ้า ในประเพณีสารทเดือนสิบ
27 กันยายน 2569 | 439หอดูดาวสงขลา ประตูสู่จักรวาลบนเขารูปช้าง
20 กันยายน 2569 | 1,480กล้วยนาค กล้วยพื้นถิ่นสี “นาก” จากสวนพื้นบ้าน สู่คุณค่าที่คนรุ่นใหม่อาจไม่เคยรู้จัก
20 กันยายน 2569 | 1,438ตำนานเทพแห่งปัญญา สู่แลนด์มาร์กแห่งศรัทธาเมืองชายแดนสะเดา
13 กันยายน 2569 | 860ตำนาน “ยำสาย” อาหารพื้นบ้านเกาะยอที่อยู่คู่ชุมชนมากว่า 100 ปี
13 กันยายน 2569 | 277ย้อนรอยสะเดา 87 ปี จากเมืองไร้ไฟฟ้า สู่ศูนย์กลางชายแดน
6 กันยายน 2569 | 790