หางานหาดใหญ่ หาดใหญ่ ชัดทุกเรื่องเมืองหาดใหญ่ สงขลา อับเดตข่าวหาดใหญ่ Hatyaifocus สาวสวยหาดใหญ่ หนุ่มหล่อหาดใหญ่

ซื้อประกัน เดินทางออนไลน์
ติดตามข่าวสารหาดใหญ่ ข่าว งาน ที่พัก อับเดทตลอด 24 ชม. ได้ที่นี่ APP IOS
ติดตามข่าวสารหาดใหญ่ ข่าว งาน ที่พัก อับเดทตลอด 24 ชม. ได้ที่นี่ APP ANDROID
บอกเพื่อนคุณ
เรื่องเล่าจากเขารูปช้าง ดวงไฟลอยจากองค์เจดีย์
10 พฤษภาคม 2563 | 7,754

ย้อนอดีตไปยังถิ่นเดิมของคนเขารูปช้าง อ. เมือง  จ. สงขลา  เดิมมีหมู่บ้านเป็นหย่อม ๆ ชื่อบ้านในบ้าน ,บ้านสวนขี้กวาง,บ้านสวนเจ้ากล้อง ( เดิมบ้านเหล่านี้อยู่ในบริเวณม. ทักษิณ ) บ้านโคกปรักแรด (เดิมอยู่บริเวณ ม. ราชภัฏสงขลา ) ห่างไกลออกไปได้แก่บ้านสะพานยาวและบ้านยวน

สำหรับบริเวณหน้าพ่อทวดช้างอยู่ในเขตหมู่ที่สอง  ในปัจจุบันเดิมเป็นป่ารกมาก มีสัตว์นานาชนิด เช่น  เสือโคร่ง  แรด  หมูป่า  กวาง  ฯลฯ  ต้นไม้ใหญ่มี  ต้นตะเคียน  ต้นแค  และไข่เน่า  ฯลฯ  ไม่มีใครกล้าเข้าไปในบริเวณนี้ ในแผ่นดินพระเจ้าอยู่หัวรัชกาลที่ 4  นายบุญสังข์  ณ สงขลา  ได้รับแต่งตั้งเป็นพระยาวิเชียรติคีรี มีตำแหน่งเป็นผู้สำเร็จราชการปกครองเมืองสงขลาและได้เป็นประธานรวมศรัทธาชาวสงขลาสร้างองค์เจดีย์ประจำเมืองสงขลาขึ้นบนยอดเขารูปช้าง  เป็นเจดีย์ย่อมุมไม้สิบสอง  ก่ออิฐถือปูน  ซึ่งกรมศิลปากรได้ประกาศขึ้นทะเบียนเป็นโบราณสถานของชาติในหนังสือราชกิจจานุเบกษาเล่มที่ 52 ตอนที่ 75  ลงวันที่  8  มีนาคม  พ.ศ. 2478  พระเจดีย์ดังกล่าวเป็นที่เคารพศรัทธาของชาวสงขลาและที่ใกล้เคียงพร้อมกับจัดงานทำบุญทุกปีเป็นประจำดังปรากฏมาจนถึงปัจจุบัน

สำหรับเรื่องเล่าเกี่ยวกับองค์พระเจดีย์อันศักดิ์สิทธิ์นี้มีว่าชาวบ้านหลายคนมักจะเห็นดวงไฟ 2 ดวงลอยออกจากองค์เจดีย์ แล้วมาตกลงที่ต้นเลียบซึ่งอยู่ตีนเขารูปช้างนั้น  ดวงไฟกลมโตสองดวงนี้เท่าศีรษะมนุษย์ผู้ใหญ่ มักเกิดยามค่ำคืนในวันพระขึ้นหรือแรม 15 ค่ำ  ( นายนำ แก้วคีรี อายุ 77 ปี พ.ศ. 2556 บ้านอยู่หลังตึกคณะมนุษย์ ฯ ม. ทักษิณ คือหนึ่งคนในผู้เห็นดวงไฟนี้เล่าให้ฟังช่วงที่อายุยังเด็กจนเป็นผู้ใหญ่สมัยยังไม่มีไฟฟ้าใช้อย่างปัจจุบัน) คาดว่าในอนาคตคงได้เห็นการพัฒนาเส้นทางขึ้นสู่ยอดเขารูปช้างนี้อย่างเป็นรูปธรรม  เพราะในปัจจุบันมีเพียงการสร้างบันใดขึ้นไปยังไม่ถึงยอดเขา  ผู้ที่ต้องการขึ้นไปกราบไหว้องค์พระเจดีย์ต้องปีนป่ายขึ้นไปตามเนินเขาที่สูงชันดังกล่าว 

สำหรับพ่อทวดช้างอันเป็นที่มาของชื่อภูเขาลูกนี้มีเรื่องเล่าว่า  พญาหลักเก้านำบริวารมาจากเมืองทางใต้ไม่ทราบว่ามาจากเมืองใด  ด้วยมีจุดหมายว่าจะนำทรัพย์สมบัติไปร่วมสร้างพระบรมธาตุเจดีย์แห่งเมืองนครศรีธรรมราช  พอมาพักไพร่พล  ณ ที่ตรงนี้เกิดลมพายุใหญ่จึงไม่สามารถเดินทางต่อไปได้และช้างสองเชือกชื่อพลายแก้วและแม่พังงาก็มาตายลงตรงบริเวณนี้ พร้อมกับบังดอเลาะห์และบังสม ซึ่งนายครวญช้างก็ตายด้วย พญาหลักเก้าจึงได้ฝังช้างและนายครวญช้างพร้อมกับทรัพย์สมบัติในบริเวณนั้น  พร้อมกับสร้างบ้านเรือนอาศัยอยู่ในถิ่นนั้นมาจนล่วงลับไป 

ต่อมามีหินสองก้อนผุดขึ้นมามีรูปคล้ายช้างสองเชือกที่ตายในบริเวณนี้  ชาวบ้านเชื่อว่าเป็นพ่อทวดช้างคือพ่อพลายแก้วและแม่พังงา  จึงได้นามเรียกขานบริเวณนี้ว่าบ้านเขารูปช้าง  ตั้งแต่นั้นเป็นต้นมาชาวบ้านทำพิธีบูชาทวดเขารูปช้างช่วงเดือนเมษายนของทุก ๆ ปี  เพราะมีอภินิหารปรากฏแก่ผู้ศรัทธามากประการ  เล่าขานกันมาในชุมชนเขารูปช้างนี้มาจนถึงปัจจุบัน  เช่นเรื่องเล่าสมัยสงครามโลกครั้งที่สองชาวบ้านชุมชนแถบนี้อยู่รอดปลอดภัยเพราะอาศัยบารมีองค์พระเจดีย์บนเขารูปช้างและพ่อทวดเขารูปช้างนั้น

ขอบคุณภาพข้อมูล : ดร. อุทัย เอกสะพัง

 

ข่าวที่เกี่ยวข้อง