หางานหาดใหญ่ หาดใหญ่ ชัดทุกเรื่องเมืองหาดใหญ่ สงขลา อับเดตข่าวหาดใหญ่ Hatyaifocus สาวสวยหาดใหญ่ หนุ่มหล่อหาดใหญ่

ซื้อประกัน เดินทางออนไลน์
ติดตามข่าวสารหาดใหญ่ ข่าว งาน ที่พัก อับเดทตลอด 24 ชม. ได้ที่นี่ APP IOS
ติดตามข่าวสารหาดใหญ่ ข่าว งาน ที่พัก อับเดทตลอด 24 ชม. ได้ที่นี่ APP ANDROID
บอกเพื่อนคุณ
เทพา | นั่งรถไฟเที่ยวเทพา one day trip งบ 400 มีทอน !
29 มีนาคม 2563 | 3,878

 สวัสดีค่ะทุกคน ช่วงนี้โควิด 19 ระบาดหนัก เพื่อน ๆ คงกักตัวอยู่บ้านไม่กล้าออกไปไหน คงเบื่อ ๆ กันใช่ไหมล่ะ ช่วงสถานการณ์หลังโควิด 19 หายระบาดอยากจะชวนเพื่อน ๆ ไปเที่ยวสถานที่ธรรมชาติ สูดอากาศได้เต็มปอด ใกล้หาดใหญ่บ้านเรากัน ไม่ใช่ที่ไหนไกล เทพานี่เอง ไม่ต้องมีรถก็ไปได้ เพราะเราจะพาไปเที่ยวแบระหยัดงบโดยการ นั่งรถไฟเที่ยวเทพาด้วยงบสุดประหยัดแค่ 400  ยังมีทอน แบบ 1 Day Trip ทริปนี้จะเป็นยังไง และจะพาไปที่ไหนของเทพานั้นตามมาดูกันเลยจ้า

ปลายทางของเราก็คือสถานีรถไฟเทพา  เพราะฉะนั้นสามารถนั่งรถไฟไปจากสถานีรถไฟชุมทางหาดใหญ่ได้  ทริปนี้เราตื่นกันตั้งแต่ตี 5 เพื่ออาบน้ำแต่งหน้าแต่งตัวให้ทันรถไฟรอบแรก 6.30 เหตุผลที่เลือกไปเที่ยวแรกเพราะจะได้ไปชมแสงสวย ๆ ยามเช้าระหว่างนั่งรถไฟ และ เพื่อที่จะเที่ยวได้หลาย ๆ สถานที่ 

เกือบจะไม่ทันแต่ก็ทัน เรามาถึงสถานีรถไฟเพื่อมาซื้อตั๋ว 6.20 อย่างเฉียดฉิว 

ได้รถไฟรถเร็วขบวนที่ 175 รอบ 6.30 ในราคา 44 บาท แต่ถ้าไปรถไฟธรรมดาราคาจะถูกกว่านี้นะ แต่ต้องรอรอบถัดไป 

 

ระหว่างทางนั่งรถไฟบอกได้เลยว่าที่สุดของที่สุดของคำว่าสวย การนั่งรถไฟต่างกับการนั่งรถยนต์ก็ตรงที่ได้ชมธรรมชาติสวย ๆ ข้างทาง ได้มองเห็นวิถีชีวิตของผู้คนริมทางรถไฟ เรานั่งรถไฟชั้น3ไม่มีแอร์ ที่นั่งเป็นเก้าอี้ไม้หันหน้าเข้าหากัน ขึ้นไปแล้วใครจะนั่งตรงไหนก็ได้ไม่มีการล็อคเลขที่นั่งตามในตั๋ว 

นั่งเหมือนจะเหงานะ แต่ป่าวเลยโพสท่าถ่ายรูปอยู่ 55555

ยกกล้องถ่ายภาพเก็บไว้สักหน่อย รถไฟขบวนนี้วิ่งเร็วมากสมชื่อรถไฟขบวนเร็วเลยจริง ๆ

แสงแรกของวันมาแล้ว เหมือนได้เติมพลังในเช้าวันนี้เลยลืมความง่วงจากการตื่นเช้าเป็นปลิดทิ้งเลย 

วิวข้างทางก็สวยเกินจะบรรยาย ให้ภาพมันอธิบายก็แล้วกัน 

 

ไม่ทันไรก็ถึงสถานีเทพาแล้ว ใช้เวลาประมาณ 1 ชั่วโมง20 นาที ถึงก่อนเวลาในตั๋วซะด้วย เรายังงง ๆ อยู่เลย ว่าเอ๊ ถึงแล้วเหรอเนี่ย ยืนงงอยู่จนรถเกือบจะออกไปสถานีต่อไป ฮ่าๆ ๆ ดีนะลงทัน

มาถึงก็จะเห็นแม้ค้าเดินขายไก่ทอดเทพาเต็มข้างขบวน ช่วงรถไฟจอดจะเป็นนาทีทองขายของของบรรดาแม่เค้าเขาเลยล่ะ 

ทีเด็ดที่ต้องไม่พลาดเลยเมื่อมาถึงคือต้องกินข้าวแกงไก่ทอดเทพา ของไก่ทอดที่นี่เรียกว่า ไก่ถอดเสื้อ คือการดึงหนังไก่ออกให้หมดแล้วมาทอดให้กรอบนอกนุ่มใน ตักใส่กระทงใบตอง ข้าวร้อน ๆ บนใบตองกินแล้วอร่อยสุด ๆ ด้วยความแปลกของอาหาร และการเกาะกลุ่มที่เหนียวแน่นของแม่ค้าที่นี่ ทำให้ข้าวแกงไก่ทอดเทพายังเป็นที่นิยมของผู้คนเสมอมา

ข้าวแกงไก่ทอดเทพา ข้าวร้อน ๆ บนใบตอง ชุดละ 40 บาท ได้เยอะมาก รสชาติมีความเป็นเอกลักษณ์ ต้องมาลอง

 ด้านหลังสถานีจะมีตลาดให้เดินช็อปด้วยนะ

ถัดไปจากสถานีรถไฟไม่มากก็จะพบกับ Street Art เทพา ซึ่งจะเป็นภาพวาดสะท้อนวิถีชีวิตของชาวเทพา และบอกเล่าประวัติความเป็นมาของเมืองเทพาให้แวะเช็คอินถ่ายรูปกันได้

 

แต่ละจุดจะห่างกันสักหน่อย ต้องเดินนิดนึงนะ ส่วนใหญ่ภาพจะอยู่บริเวณหน้าปากซอย หาไม่ยากจ้า

เท่ ๆ ใช่ไหมล่ะ ไม่ต้องไปถึงสงขลา เทพาก็มีให้ถ่ายนะ 

 มาเที่ยวครั้งนี้จุดมุ่งหมายหลักของเราก็คืออุโมงค์โกงกาง และสันหลังมังกร ที่เพิ่งจะรู้เหมือนกันว่าเทพาก็มีสถานที่เที่ยวแบบนี้ด้วย หลาย ๆ คนอาจจะงง ว่ามารถไฟ แล้วจะไปเที่ยวต่อยังไงนะ เฉลย ! ...เรานัดกับคุณลุงทางเพจ กลุ่มอนุรักษ์ลุ่มน้ำและป่าชายเลน อำเภอเทพา จังหวัดสงขลา โดยตอนตกลงได้นัดแนะให้คุณลุงมารับที่สถานีรถไฟ 

ขึ้นรถกันเถอะ  คุณลุงบอกว่าวันนี้มีการแข่งขันนกเขาชวาเสียง พอจะมีเวลาเหลือ เลยแวะไปดูกันดีกว่า

ไปถึงต้องตะลึง เพราะไม่เคยเห็นการแข่งขันนกเขาที่เยอะขนาดนี้มาก่อน

ปรกติจะมีการแข่งขันนกเขาชวาเสียงทุกวันพุธ วันที่เราไปตรงกับวันอาทิตย์ งง ล่ะสิ ว่าทำไมวันนี้ถึงมี เพราะ ครั้งนี้เป็นการแข่งขันใหญ่ จะจัดวันอาทิตย์ ถือเป็นโชคดีที่มาตรงวันแข่งพอดี เพราะการแข่งขันแบบนี้เราว่าหาดูยากนะ 

เราแวะดูการแข่งขันนกไม่นานนัก คุณลุงก็พามาที่กลุ่มอนุรักษ์ลุ่มน้ำและป่าชายเลน เพื่อลงเรือไปอุโมงค์โกงกาง ทางเข้าจะมีทางข้ามคลองแบบนี้ เหมือนจะไม่แข็งแรงเท่าไหร่ แต่สามารถรองรับน้ำหนักรถยนต์ขนาดปรกติได้อยู่นะ 

ถึงแล้วจ้า

ก่อนลงเรือก็มีบริการพื้นบ้าน เราได้กินขนมใส่ไส้ที่ผลิตโดยคนในชุมชน อ้อ ลืมบอก กลุ่มอนุรักษ์ลุ่มน้ำและป่าชายเลน อำเภอเทพา จังหวัดสงขลา ก็ดำเนินการโดยคนในชุมชนนะ การที่เรามาเที่ยวที่นี่ก็เหมือนการสนับสนุนอาชีพ และสร้างรายได้ให้กับคนในชุมชนอีกทางนึงด้วยนะ 

กินน้ำมะพร้าวหวานหอมชื่นใจที่ทางกลุ่มเตรียมไว้ต้อนรับแล้วไปขึ้นเรือกันเลย

ได้เวลาออกแล่นสู่อเมซอนแห่งสงขลากันแล้ว

ขับเรือไปไม่นานนักก็เจอกับป่าโกงกางกว้างสุดลูกตาข้างหน้า แค่ปากทางเข้าก็เขียวขจี ชวนให้นึกถึงภาพอุโมงค์โกงกางที่ได้ดูมาก่อนหน้านี้แล้ว ตื่นเต้นอย่างบอกไม่ถูกเลย บรรยากาศที่หนาทึบไปด้วยป่าโกงกางแน่นตลอดทั้งสองข้างทางทำให้อากาศเย็นลงจากก่อนหน้าอย่างไม่น่าเชื่อ

อุโมงค์ป่าโกงกางความยาวกว่า 500 เมตร ที่เกิดขึ้นเองตามธรรมชาติซึ่งกำลังพัฒนาให้เป็นแหล่งท่องเที่ยวเชิงอนุรักษ์ของชุมชน

 ถึงแล้วจ้า อุโมงค์โกงกาง ที่เราตั้งใจมาสัมผัส ที่นี่ถือเป็นอุโมงค์ป่าโกงกางที่ยาวและอุดมสมบูรณ์ที่สุดใน จ.สงขลาเลยนะ และยังเกิดขึ้นเองตามธรรมชาติ มีบริการให้นักท่องเที่ยวนั่งเรือคายัคเพื่อชมความอุดมสมบูรณ์ของป่าโกงกางได้อย่างเต็มที่ 

มีหอยตาควายด้วยนะ ลักษณะคล้ายหอยตลับขนาดใหญ่เท่ากำปั้น รสชาตินี่ไม่รู้เป็นยังไงเหมือนกันยังไม่ลองชิมเลย

 

 หอยตาควายจะโผล่มาแค่นิดนึงแบบนี้ถ้าไม่สังเกตคือมองแทบไม่เห็นเลยล่ะ 

เราใช้เวลาเดินทางและทำกิจกรรมในป่าโกงกางประมาณ 1 ชั่วโมง .. อุโมงค์โกงกางแห่งนี้จะเชื่อมต่อระหว่างคลองควายกับคลองตูหยง และยังเป็นเส้นทางเข้า-ออกระหว่างบ้านเกาะแลหนังกับทะเลอ่าวไทยของชาวประมงพื้นบ้าน ที่ตั้งของสันหลังมังกรที่เรากำลังไปเลยจ้า

 

 

ระหว่างนั่งไปก็ถ่ายรูปไปด้วย ทุกพื้นที่คือรันเวย์จริง ๆ 

โดยปรกติค่าเช่าเรือจะอยู่ที่ราคา700บาท แต่ถ้านักท่องเที่ยวคนใดสนใจจะไปสันหลังมังกรซึ่งห่างจากที่นี่ไม่มากนักจะมีค่าบริการเพิ่ม300บาท รวมเป็น1000 บาท พร้อมเซทอาหารและน้ำมะพร้าวหอม ๆ ชื่นใจ 

ประมาณ 15 นาที เราก็มาถึงเกาะแลหนังแล้ววว ก่อนถึงทะเลแหวกคุณลุงได้พาเราแวะดูผึ้งชันโรง เป็นการทำน้ำผึ้งจากผึ้งชันโรงลักษณะจะคล้ายผึ้งแต่ไม่มีเหล็กใน ไม่สามารถต่อยได้โดยจะดูดน้ำหวานจากดอกไม้จะเกิดเป็นน้ำผึ้งชันโรง เป็นสินค้า OTOP ของที่นี่ด้วยนะ 

ว่าแต่ไหนสันหลังมังกรกันนะชักจะตื่นเต้นแล้วสิ 

และแล้วเราก็มาถึง  ต้องขับเรือออกจากจุดเมื่อกี้มานิดนึง วันนี้เสียดายน้ำขึ้นเลยมีสันหลังมังกรให้เห็นไม่มากแต่ก็ยังเห็นอยู่นะ 

 

 ว้าว ๆ ๆ ๆ ขนาดยังสวยไม่แต็มที่นะเนี่ย ไม่อยากจะคิดภาพตอนน้ำลงเลยว่าจะสวยขนาดไหน

มาถึงที่แล้วถ่ายรูปเช็คอินกันก่อนเดี่ยวจะหาว่ามาไม่ถึง แดดจะร้อนก็ไม่หวั่นงานนี้ต้องได้รูปจ้าคุณพี่

น้ำทะเลก็น่าเล่นมากเลย แต่เราถึงไปตอนเที่ยง แดดร้อนนิดนึงไม่กล้าลงไปเล่นกลัวผิวจะขาวไปมากกว่านี้ 555 

จุดนี้ช่วงที่น้ำลงจะสวยมาก ๆ เลย เพื่อน ๆ ลองนึกภาพน้ำทะเลเขียว ๆ มีคลื่นกระทบผืนทราย ทั้งสองฝั่งสิ โอ๊ยอยากจะมาอีกรอบ

มีหอยขาวด้วยนะ แต่ต้องใช้สกิลหาหน่อย 

ถึงเวลาต้องกลับกันแล้ว เมื่อมาถึงกลุ่มอนุรักษ์ป่าชายเลน ก็ยังมีจุดถ่ายรูปสวย ๆ ตรงสะพานอีกน๊า ไม่ธรรมดาเลยจริง ๆ 

หลังจากที่นั่งพักผ่อนจนหายเหนื่อยก็เดินทางกลับกันจ้า กลับยังไง เอ๊ะ สงสัยกันมั้ย เรารบกวนคุณลุงให้ไปส่งบริเวณสถานีเหมือนเดิมจ้าเพราะบ้านคุณลุงอยู่ทางผ่านแถวนั้นพอดี ระหว่างทางออกจะมีป่ามะพร้าว ต้นมะพร้าวเยอะ สวยมาก ๆ อย่างกะอยู่ฮาวาย เลยขอแวะแช๊ะรูปกันสักหน่อย 

สวยใช่ไหมล๊าาา

จ๊อก ๆ ๆ นี่ก็เลยเที่ยงแล้ว ความหิวเริ่มถามหา เลยให้คุณลุงเจ้าถิ่นแนะนำร้านเด็ดร้านอร่อยของเทพา คุณลุงได้พาเราไปส่งที่ร้าน อัน อัน อาหารตามสั่ง เปิดมานานกว่า30ปี รออะไรล่ะสั่งโลดด

 

เราสั่งข้าวเครื่องแกงทะเล ได้เยอะมาก ราคาแค่จานละ 50 บาท เครื่องแน่น ๆ จ้า

รสชาติอร่อยสมคำล่ำลือ เปิดทุกวัน เวลา 09.00-19.00 ปิดทุกวันเสาร์

อิ่มแล้วก็เดินกลับสถานีรถไฟเพื่อซื้อตั๋วกลับ รอบ14.25 นาทีจ้า (ร้านอัน อัน ไม่ไกลจากสถานนีมาก สามารถเดินต่อไปได้)

 

สรุปค่าใช้จ่ายในทริปนี้เราใช้เงินไปทั้งหมด 384 บาท โดยจ่ายเป็นค่าเรือ 1000 บาท หาร 4 คน ตกคนละ 250 บาทแต่ถ้าเพื่อน ๆ ไปกันหลายคนสามารถลดค่าใช้จ่ายตรงนี้ได้อีกนะเพราะเรือสามารถนั่งได้ 10 คน  ค่ารถไฟขบวนเร็วคนละ 44 บาท ถ้าไปขบวนปรกติจะราคาถูกกว่านี้ ค่าข้าวไก่ทอดเทพา 40 บาท ค่าข้าวเที่ยงร้านอัน อัน 50 บาท งบ 400 ยังเหลืออะทุกคน คิดดู 

นั่งรถไฟเที่ยวเทพาชิล ๆ งบ400บาทเหลือ ๆ ไปเช้า เย็นกลับ สบาย ๆ ช่วงหลังโควิดหายใครยังหาที่เที่ยวแนะนำที่นี่เก็บไว้เป็นลิสได้เลยนะ แล้วพบกันทริปหน้า จะพานั่งรถไฟไปเที่ยวที่ไหนนั้นรอติดกันกันเลยจ้า 

ข่าวที่เกี่ยวข้อง