หางานหาดใหญ่ หาดใหญ่ ชัดทุกเรื่องเมืองหาดใหญ่ สงขลา อับเดตข่าวหาดใหญ่ Hatyaifocus สาวสวยหาดใหญ่ หนุ่มหล่อหาดใหญ่

ซื้อประกัน เดินทางออนไลน์
ติดตามข่าวสารหาดใหญ่ ข่าว งาน ที่พัก อับเดทตลอด 24 ชม. ได้ที่นี่ APP IOS
ติดตามข่าวสารหาดใหญ่ ข่าว งาน ที่พัก อับเดทตลอด 24 ชม. ได้ที่นี่ APP ANDROID
บอกเพื่อนคุณ
เมืองสงขลา อดีตฝั่งแหลมสน
15 มีนาคม 2563 | 541

หลังจากที่เราพอทราบเรื่องราวความเป็นมาของสงขลาฝั่งหัวเขามาพอสมควรกันบ้างแล้ว ทั้งนี้เราจะพาทุกท่านมาทำรู้จักกับอดีตหลังจากที่เมืองสงขลาได้ย้ายข้ามฝั่งมาอยู่ที่แหลมสน ซึ่งจะมีเหตุการณ์ใดอย่างไรเราไปติดตามพร้อม ๆ กันเลย 

เมื่อเมืองสงขลาฝั่งหัวเขาแดง ถูกกองทัพกรุงศรีอยุธยาทำลายจนหมดสิ้น เมื่อ พ.ศ 2223 ชาวสงขลาฝั่งหัวเขาแดงที่เหลืออยู่ ได้ย้ายชุมชนไปสร้างเมืองใหม่ ณ เมืองสงขลาแห่งที่สองนี้ ที่รู้จักกันในชื่อว่าเมืองสงขลาฝั่งแหลมสน โดยเมืองนี้เป็นเมืองที่ไม่ได้รับการวางแผนในการสร้างเมืองตั้งแต่ต้น ประกอบกับเป็นเมืองที่ถูกสร้างเนื่องจากการย้ายเมืองภายหลังจากสงคราม ดังนั้นลักษณะของเมืองจึงเป็นเมืองที่ถูกสร้างกันอย่างง่ายๆ บนพื้นที่เชิงเขาติดทะเล ถัดจากตำแหน่งเมืองสงขลาเดิมที่ถูกทำลายลงไปอีกด้านหนึ่งของฝากเขา เนื่องจากเป็นที่ตั้งเมืองที่อยู่บนเชิงเขาทำให้เมืองสงขลาแห่งที่สองนี้ ในภายหลังประสบกับปัญหาการขาดแคนน้ำจืดในการอุปโภค และปัญหาการมีพื้นที่ในทางราบไม่เพียงพอกับการขยายและเติบโตของเมืองซึ่งเป็นปัญหาหลักที่ทำให้เกิดการย้ายเมืองในเวลาต่อมา

ซึ่งในขณะนั้นลักษณะการสร้างบ้านเรือนของสงขลาฝั่งแหลมสน ส่วนใหญ่บ้านเรือนจะทำด้วยวัสดุไม่ถาวร เช่น ไม้ และใบจากในลักษณะเรือนเครื่องสับจึงทำให้หลงเหลือร่องรอยและหลักฐานไม่มากนัก เนื่องจากประชากรในการสร้างเมืองส่วนใหญ่เป็นชาวบ้านธรรมดาสามัญชนประกอบกับขนาด และอาณาเขตรวมไปถึงอำนาจการปกครองของเมืองสงขลาได้ลดฐานะเป็นแค่เมืองเล็ก ๆ ของเมืองบริวารของเมืองพัทลุง

ดังนั้นเจ้าเมืองสงขลาคนแรกจึงถูกแต่งตั้งโดยพระยาจักรกรี และพระยาพิชัยราชา เป็นเพียงแค่การคัดเลือกชาวบ้านคนหนึ่งชื่อ “โยม” มาดำรงตำแหน่งเป็น "พระสงขลา" เจ้าเมืองสงขลาฝั่งแหลมสน และในคราวเดียวกันนั่นเอง ยังมีชาวจีนคนหนึ่งชื่อ นายเหยี่ยง แซ่เฮา ชาวจีนซึ่งอพยพมาจากเมืองเจียงจิ้งหู มลฑลฟูเจี้ยน ได้เสนอบัญชีทรัพย์สินและบริวารของตนเพื่อแลกกับสัมปทานผูกขาดธุรกิจรังนกบน เกาะสี่เกาะห้า ในทะเลสาบสงขลา เจ้าพระยาทั้งสองจึงพิจารณาแต่งตั้งให้นายเหยี่ยง แซ่เฮา เป็นหลวงอินทคีรีสมบัตินายอาการรังนกเกาะสี่เกาะห้า (นายเหยี่ยง หรือคนในพื้นที่เรียก "ตั่วแป๊ะ" ครั้นปี พ.ศ.2294 ตั่วแป๊ะรื้อเรือนขึ้นไปอยู่ตำบลบัานทุ่งหวัง แขวงเมืองจะนะ สร้างสวนปลูกพลูขายอยู่ 3 ปี เก็บเงินได้ก้อนหนึ่งครั้นปี พ.ศ.2296 ตั้วแป๊ะกลับลงมาตั้งเรือนอยู่ตำบลบนบ่อยาง

ทั้งนี้ตั่วแป๊ะได้มีภรรยาชาวเมืองพัทลุงมีบุครชาย  5 คน บุตรคนที่ 1 ชื่อบุญหุ้ย บุตรคนที่ 2 ชื่อ บุญสี้ยว คนที่ 3 ชื่อ บุญชิ้น คนที่ 4 ชื่อ เถี้ยนเส้ง คนที่ 5 ชื่อ ยกเส้ง (ต้นตระกูล ณ สงขลา) พระสงขลา(โยม)ได้ปกครองเมืองสงขลาฝั่งแหลมสนอยู่จนถึงปี พ.ศ.2317 สมเด็จพระเจ้ากรุงธนบุรีได้ดำริว่าพระสงขลา (โยม) หย่อนสมรรถภาพในการปฏิบัติราชการจึงให้หลวงอินทคีรีสมบัติ (เหยียง แซ่เฮา) ซึ่งเป็นนายอากรรังนกเกาะสี่เกาะห้า เลื่อนตำแหน่งเป็น "หลวงสุวรรณคีรีสมบัติ" เจ้าเมืองสงขลา คนถัดมาซึ่งนับว่าเป็นการเริ่มต้นสายสกุล ณ สงขลา ซึ่งต่อมาได้ปกครองเมืองสงขลามาถึง 8 รุ่น ในการปกครองสงขลาในช่วงเวลานี้นับเป็นช่วงเวลาของการทำหน้าที่ปกป้องอาณาเขต ละ รับใช้ราชการปกครองแทนเมืองหลวง ซึ่งตรงกับกรุงรัตนโกสินทร์ปกครองโดยพระบาทสมเด็จพระพุทธเลิศหล้านภาลัย รัชการที่ 2 ปัญหาหลักของการปกครองสงขลาคือการส่งกำลังไปร่วมกำกับและควบคุมหัวเมืองแขกต่างๆ ให้อยู่ในความสงบโดยมีเหตุการณ์ต่างๆ ที่เกี่ยวเนื่องกับการรบหลายครั้งทำให้เจ้าเมืองสงขลาในรุ่นต่าง ๆ ได้มีโอกาสแสดงความสามารถและความภักดีทางการรบ

โดยในสมัยสงขลาขณะนั้นมีเมืองแขกปัตตานี ได้ถูกแยกออกเป็นเจ็ดหัวเมืองย่อยได้มาอยู่ภายใต้การกำกับดูแลของสงขลา ซึ่งต่อมาชื่อเมืองต่างๆได้ถูกนำไปตั้งเป็นชื่อถนนในการตั้งเมืองใหม่ ณ ฝั่งบ่อยาง เมืองทั้งเจ็ดมีรายชื่อคือ 1.เมืองปัตตานี 2.เมืองหนองจิก 3.เมืองเมืองยะลา 4.เมืองรามันห์ 5.เมืองยะหริ่ง 6.เมืองสายบุรี 7.เมืองระแงะ และเมืองสุดท้ายที่เข้ามาอยู่ใต้การกำกับดูแลของสงขลาในช่วงปี พ.ศ.2379 คือเมืองสตูล ในสมัยพระบาทสมเด็จพระนั่งเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชการที่3 และตรงกับเจ้าพระยาวิเชียรคีรี (เถี้ยนเส้ง) ปกครองเมืองสงขลาฝั่งแหลมสน เนื่องจากเมืองสงขลาฝั่งแหลมสนเป็นเมืองที่ถูกสร้างอย่างง่าย ๆ เพื่อรองรับการหนีภัยในช่วงเมืองแตกทำให้เกิดปัญหาและข้อขัดข้องในการพัฒนาขยายเมืองหลายประการตามมา ทำให้ส่งผลต่อการพิจารณาย้ายเมืองในเวลาต่อมาไม่นานนัก และคราวหน้าเราจะพาคุณผู้อ่านไปทำความรู้จักเพิ่มกับสงขลาฝั่งบ่อยาง เรื่องราวจะเป็นอย่างไรต่อโปรดติดตามกันให้ใน "เรื่องราวหาดใหญ่"

ขอบคุณภาพข้อมูล : Aey Sungsuwan , ประวัติเมืองสทิงพระหนังสือศิลปวัฒนธรรม , อ.วุฒิชัย เพรชสุวรรณ , สมุดภาพมหาวชิราวุธ