หางานหาดใหญ่ หาดใหญ่ ชัดทุกเรื่องเมืองหาดใหญ่ สงขลา อับเดตข่าวหาดใหญ่ Hatyaifocus สาวสวยหาดใหญ่ หนุ่มหล่อหาดใหญ่

ซื้อประกัน เดินทางออนไลน์
ติดตามข่าวสารหาดใหญ่ ข่าว งาน ที่พัก อับเดทตลอด 24 ชม. ได้ที่นี่ APP IOS
ติดตามข่าวสารหาดใหญ่ ข่าว งาน ที่พัก อับเดทตลอด 24 ชม. ได้ที่นี่ APP ANDROID
บอกเพื่อนคุณ
ยะลา | ตะลุย! ใต้สุดแดนสยามเมืองงามในหมอก ในงบ 847 บาท
6 กุมภาพันธ์ 2563 | 1,280

เมื่อพูดถึง “เบตง” ช่วงแรก ๆ คือกลัวมากที่จะต้องเดินทางไปที่นี่ด้วยความที่เบตงเป็นอำเภอเล็ก ๆ ที่ตั้งอยู่สามจังหวัดชายแดนใต้ ที่มีภาพลักษณ์ของความไม่สงบให้เห็นอยู่บ่อย ๆ จนวันนึงมีเพื่อนชวนขึ้นมาว่า “ไปเที่ยวเบตงกัน” เรานึกภาพทะเลหมอกอัยเยอร์เวงสวย ๆ ศึกษาดูรีวิวต่าง ๆ จนมั่นใจ และสลัดความกลัวที่มีทั้งหมดออกไป เพราะอยากไปเบตงสักครั้งนึงในชีวิต เมื่อไปถึงสิ่งที่อยู่ตรงหน้าทำให้รู้สึกว่าคิดไม่ผิดแล้วที่ตัดสินใจมาที่นี่  เบตง ยิ่งกว่าโอเค จะงดงามขนาดไหนนั้นมาดูกัน 

ทริปนี้เราไปกันทั้งหมด 3 คน สามสาวสุดสวย งบประมาณค่าใช้จ่ายไม่เกิน 1000 บาท แน่นอน 

แพลนที่วางไว้คล่าว ๆ ในเวลา 2 วัน 1 คืน คือ ไปแวะถ่ายรุปที่สะพานฮาลา - บาลา จากนั้นไปเที่ยวในเมืองเบตง และไปชมดอกไม้เมืองหนาวสวย ๆ ที่สวนหมื่นบุปผาและก็ขึ้นไปดูทะเลหมอกอัยเยอร์เวงอันนี้พลาดไม่ได้ 

Day1

ออกเดินทางจากหาดใหญ่ 9.00 พร้อมด้วยเพื่อน ๆ อีก 2 คน และรถยนต์คู่ใจ พร้อมออกเดินทางไปสู่ใต้สุดแดนสยาม พร้อมเปิดเพลงที่ชอบ แหม่ะ ฟิลมา  บอกตรง ๆ ที่มากัน 3 คนเนี่ย ไม่มีใครรู้เส้นทางสักคน และไม่เคยมีใครเคยมาเบตงและสามจังหวัดเลย ที่มาทริปนี้เพราะความอยากเที่ยวล้วน ๆ กง กลัวอะไร ไม่มี๊ ทำยังไงล่ะ เปิด GPS สิ ว่าแล้วก็ให้ GPS นำทาง ขับไป ขับมา ขับมา ขับไป ตามจีพีเอสไปเรื่อย ๆ ก็มาถึงด่านประกอบ เจอด่าน เอ้าาาา  ซวยแล้ว ถามทหารเค้าบอกว่าต้องจ็อบพาสปอร์ตเพื่อข้ามฝั่งไปมาเลย์ มันจะใกล้กว่าอีกเส้นทางหนึ่ง  

โดยเส้นทาง แบบแรก คือ หาดใหญ่ - เบตง (เส้นทางไทย) จากหาดใหญ่ ผ่านเส้นทางยะลา - ธารโต ใช้เวลาประมาณ 4.30 ชั่วโมง แต่จะคดเคี้ยวเวียนหัวนึดนึง 

แบบสอง หาดใหญ่-มาเลเซีย-เบตง ใช้เวลาประมาณ 4 ชั่วโมง ใกล้กว่าเส้นทางแรก แต่จะต้องใช้พาสปอร์ต เส้นทางสะดวกสบายกว่า

หลังจากที่เราตามคุณจีพีเอสไปโผล่ที่ด่านประกอบ และไม่ได้นำพาสปอร์ตไป เราจึงถามทางพี่ ๆ ทหารไปเรื่อย ๆ ตามด่านต่าง ๆ ไม่ใช้จีพีเอสแล้ว 555 เพราะกลัวจะพาไปทางที่ไปไม่ได้อีก พี่เค้าแนะนำให้เราเข้าทางยะลา จนมาเจอเส้นทางปรกติที่คนปรกติเค้ามากัน ส่วนแก๊งพวกเรานั้นไม่ปรกติ 

เส้นทางจะเป็นธรรมชาติ สวยงามตลอดเส้นทาง มีด่านอยู่เป็นจุด ๆ ระหว่างทางไป แต่เมื่อเข้าตัวเมืองเบตงจะมีด่านน้อยลง

ขับสักพักก็จะเจอกับ สะพานแม่หวาดธารโต เป็นสะพานเข้าทะเลสาบฮาลาบาลามีจุดแวะพักสามารถแวะถ่ายรูปชมบรรยากาศทะเลสาบ เขตอุทยานแห่งชาติป่าฮาลาบาลาได้ ก่อนจะมุ่งหน้าเข้าสู่ตัวเมืองเบตง 

ใครที่มีเวลามากกว่าเรา ก็มาเที่ยวฮาลา-บาลา ต่อได้เลยนะ ที่นี่ได้ชื่อว่าเป็นอเมซอลแหล่งเอเชียเลยแหละ 

มัวแต่หลงอยู่ กว่าจะมาถึงก็บ่าย 2 แล้ว โดยปรกติถ้าไม่ขับผิดเส้นทางใช้เวลาประมาณ 4 ชั่วโมงนิด ๆ ก็จะถึงเบตง แต่พวกเราใช้เวลาไปเกือบ 6 ชั่วโมง โอ้ย หิว ๆ จะเป็นลม ก่อนมาพวกเราวางแพลนกันไว้ว่ามาเบตง ต้องกินไก่เบตง เมื่อมาถึงไม่รอช้า ขับรถหาร้านข้าวมันไก่เบตง ก็มาเจอกับร้าน “เจริญ ข้าวมันไก่เบตงพันธุ์แท้ สท.แม้ว” อยู่แถว ๆ หอนาฬิกา 

มาเสิร์ฟแล้ว ข้าวมันไก่เบตง ..

เสริมความรู้นิดนึง ไก่เบตงนั้นเป็นไก่เนื้อพันธุ์พื้นเมือง ที่มีต้นกำเนิดมาจากไก่พันธุ์เหลียงซาน จากประเทศจีน นำมาเลี้ยงที่เบตง จนกลายเป็นไก่ที่ทำชื่อเสียงให้ อ.เบตง จ.ยะลา เป็นอย่างมาก ปัจจุบันมีการส่งเสริมให้เลี้ยงไก่เบตงในพื้นที่อื่นๆ ด้วย เนื่องจากเป็นที่นิยมในหมู่ผู้บริโภค

จุดเด่นของไก่เบตงคือ เนื้อแน่นนุ่ม หนังกรอบ มันน้อยมาก หนังมีสีเหลืองอ่อนกรอบ ๆ  แต่เนื่องจากไก่เบตงเลี้ยงยากจึงทำให้มีราคาสูง ทำให้หาไก่เบตงแท้ ๆ กินได้ยาก แต่ที่ร้านนี้จะใช้ไก่เบตง 100% เนื้อแน่น ๆ หนังกรอบ ๆ น้ำจิ้มสูตรทางร้าน อร่อยเลยแหละ 

น้ำแตโอ เห็นชื่อแปลก ๆ ดีเลยสั่งมาลอง รสชาติคล้าย ๆ กันโอเลี้ยง แต่แตโอจะหวาน ๆ กว่า 

กินเสร็จแล้วก็แวะมาเช็คอินกันหน่อยกับตู้ไปรษณีย์ที่ใหญ่ที่สุดในประเทศไทยกันสักหน่อย 

สอบถามข้อมูลคล่าว ๆ พบว่า ตู้เดิมตั้งอยู่ที่บริเวณสี่แยกหอนาฬิกาใจกลางเมืองเบตง สร้างขึ้นเมื่อปี พ.ศ. 2467 ตั้งแต่ก่อนสมัยสงครามโลกครั้งที่สอง จุดประสงค์ที่สร้างไว้ในครั้งแรก ก็เพื่อใช้เป็นที่กระจายข่าวสารบ้านเมือง ให้ชาวเมืองเบตงได้รับฟัง จากวิทยุที่ฝังอยู่ส่วนบนของตู้ และใช้เป็นตู้ไปรษณีย์มาจนทุกวันนี้ ปัจจุบันได้มีการสร้างตู้ไปรษณีย์ ขึ้นใหม่ใหญ่กว่าเดิมที่บริเวณศาลาประชาคม ถนนสุขยางค์ มีความสูงประมาณ 9 เมตร เป็นจุดเด่นที่นักท่องเที่ยวนิยมแวะมาถ่ายรูปเป็นที่ระลึก 

 หอนาฬิกา

ของขึ้นชื่ออีกอย่างก็คือ ส้มโชกุนเบตง นับเป็นผลไม้ขึ้นชื่อของที่นี่ มีรสชาติโดดเด่นหวานอมเปรี้ยว เนื้อนุ่มไม่มีกาก ผลมีขนาดใหญ่ สามารถซื้อกินเองหรือซื้อฝากได้ 

ถ้าเดินทางมาเบตง ช่วงเดือนมกราคม - กุมภาพันธ์ ของทุกปี จะเป็นช่วงของ ฤดูใบยางเปลี่ยนสี ช่วงที่ต้นยางพาราผลัดใบ ใบแก่เต็มที่จะเปลี่ยนเป็นน้ำตาลแดง และร่วงหล่นจนหมดต้น ก่อนจะผลิใบอ่อน ตามภูเขาสลับซับซ้อนของ อ.เบตง มีสีสันที่สวยงามตลอดเส้นทาง 

 มีบางจุดที่สวยมาก ๆ แต่ถ่ายมาไม่ทันเสียดายมาก ๆ เลย 

แปป ๆ ก็ตอนเย็นละไปต่อกันที่  สวนหมื่นบุปผา ใครจะคิดว่าภาคใต้ก็มีดอกไม้เมืองหนาว เบตงมีสวนดอกไม้เมืองหนาวให้ชมด้วยนะกับสวนดอกไม้เมืองหนาวเบตงมีพื้นที่กว่า 35 ไร่ อยู่ในหุบเขาความสูงประมาณ 800 เมตรจากระดับน้ำทะเล 

การเดินทาง 1. ขับรถจาก จ.ยะลา ไปตามเส้นทางสาย 410 (ยะลา-เบตง) ประมาณ 140 กม. ก่อนเข้าเมืองเบตง ที่ กม.4 เลี้ยวขวา เข้าไปตามเส้นทางอีกประมาณ 10 กว่ากิโลเมตร

2. จากเบตง ใช้เส้นที่ไปบ่อน้ำร้อนเบตงเลยไปมีป้ายบอกทางไปสวนดอกไม้ และอุโมงค์ปิยะมิตร ให้เลี้ยวซ้ายไปตามป้ายสวนดอกไม้เมืองหนาว อีกไม่กี่กิโลเมตรก็ถึง

 

เดินไปถึง ต้องอุทาน ว้าว ๆ ออกมา เพราะดอกไม้สวยม๊ากกกกก สวยจนแทบไม่เชื่อสายตาตัวเองว่าภาคใต้ก็ปลูกดอกไม้เมืองหนาวได้ด้วยเหรอเนี่ย 

คือเหมือนดอกไม้ปลอมมาก ทั้ง ๆ ที่คือดอกไม้จริง 

ดูแต่ตา มืออย่าจับนะจ๊ะ เดี่ยวดอกจะพังเอา 

 อิ่มหนำสำราญกับสวนดอกไม้กันแล้ว ก็ขับรถไปที่พักกันเถอะ 

เราจองที่พักเป็นเต็นท์หลังละ 400 บาท ต่อคืน  ผ่านเฟสชื่อว่า จองที่พักทะเลหมอกอัยเยอร์เวง อ.เบตง เบอร์โทรติดต่อ 062-5823650 ที่พักจะอยู่ด้านบนตื่นขึ้นมาก็จะพบกับทะเลหมอกเลย ที่พักด้านบนอากาศดีมาก

ภาพนี้ถ่ายตอนเช้า แต่จริง ๆ เราไปถึงก็ค่ำแล้ว เพราะมัวแต่เสียเวลากับการขับรถผิดเส้นทางตั้งแต่ช่วงเช้า

 กลางคืนจากหน้าที่พักเรามองเห็นดาวชัดมาก ๆ เพราะไม่มีแสงรบกวนเลย โรเมนติกสุด ๆ เลยแกรรร

DAY 2

และแล้วเวลาที่รอคอยก็มาถึง เรากับเพื่อน ๆ ตื่นกันตั้งแต่ตี 4 กว่า ๆ  เพื่อที่จะอาบน้ำแต่งตัวและขึ้นไปชมทะเลหมอกที่จุดชมวิวด้านบน แต่ที่จริงหน้าห้องพักก็มีทะเลหมอกนะ แต่ข้างบนจะเป็นจุดชมวิวที่สวยกว่า โดยจะขับรถไปจอดไว้ที่ตีนเขา และต่อวินมอเตอร์ไซค์รับจ้างขึ้นไปเพราะทางทรหดพอสมควร เที่ยวละ 20 บาท 

กว่าจะถึงด้านบนก็เกือบตี 6 เพราะเราไปตรงกับวันหยุดนักท่องเที่ยวเยอะมาก แต่พอขึ้นไปเจอกับทะเลหมอกด้านบน ความรู้สึกเหมือนอยู่บนสวรรค์ รายล้อมไปด้วยหมอกขาว หนา ๆ เสียอย่างเดียวคือวันนั้นคนเยอะ เราต้องยืนรอจนนักท่องเที่ยวเริ่มบางลงจึงจะได้ถ่ายรูป สวยงามจนไม่น่าเชื่อว่าทะเลหมอกแห่งนี้จะอยู่ในภาคใต้ 

ของจริงสวยกว่านี้มาก ๆ เลย ติดใจจนอยากกลับไปอีกอะ 

ทะเลหมอกอัยเยอร์เวง  ตั้งอยู่ที่ตำบลอัยเยอร์เวง อำเภอเบตง จังหวัดยะลา เป็นจุดชมวิวทะเลหมอกยอดฮิตของเบตงที่เดินทางสะดวกรถขึ้นถึง และมีทะเลหมอกให้ชมตลอดทั้งปี ทะเลหมอกอัยเยอร์เวง  ตั้งอยู่ห่างจากตัวอำเภอเบตง ประมาณ 40 กิโลเมตร ในพื้นที่ของเขาไมโครเวฟ มีความสูงจากระดับน้ำทะเล 2,038 เมตร เป็นทะเลหมอกที่ใหญ่และสวยงาม มีหมอกในชมได้ตลอดทั้งปี แต่จะมากหรือจะน้อยนั้นก็ขึ้นอยู่กับสภาพอากาศช่วงนั้น ๆ ด้วย 

พระอาทิตย์ขึ้นแล้ว ทอแสงสีทองโผล่มาจากยอดเขาเรานี่ถ่ายรูปรัว ๆ เลย 

 

เกือบ 8 โมง หมอกเริ่มเบาตาลงไปบ้าง โผล่ให้เห็นยอดเขาด้านล่าง สวยมว๊ากกกกกกกกกกก ก.ล้านตัว 

 

ถ่ายรุปคู่กับทะเลหมอกกันหน่อย เดี่ยวเค้าหาว่ามาไม่ถึง

พวกเราดื่มด่ำชมทะเลหมอกกันจนเดือบ 9 โมง เรียกได้ว่า ไม่อิ่มไม่กลับ หมายถึงอิ่มบรรยากาศนะ แต่ตอนนี้ชักจะท้องหิวแล้วสิ จ๊อก ๆ ๆ ไปกินข้าวกันดีกว่า เราได้ลงแบบเดิมโดยนั่งวิวมอเตอร์ไซค์ลงไป 20 บาทเหมือนเดิม ไปที่จุดขายอาหาร ซึ่งอยู่หน้าที่พักของเราเลย ตรงนี้ถือเป็นจุดชมวิวที่ 2 อีกด้วย ตรงนี้ก็สวยไม่แพ้กันนะ เพียงแต่ว่าจุดชมวิวที่ 1 อยู่สูงกว่า เห็นทัศนียภาพรอบ ๆ ได้มากกว่า 

แล้วเราก็มาฝากร้านที่ร้านข้าวต้ม อร่อยมาก ๆ เลยแหละ ถ้วยละ 25 บาท กับชาร้อนแก้วละ 15 บาท

 

 

เป็นยังไงกันบ้างกับความงดงามของเมืองเบตงเมืองอ้อมกอดของขุนเขา หลงรักเสน่ห์ของความสงบเรียบง่าย ของที่นี่เข้าแล้วสิ จนลบภาพความน่ากลัวของสามจังหวัดไปได้เลย อีกทั้งให้ฟีลเหมือนอยู่ภาคเหนือของทะเลหมอกอัยเยอร์เวง สวรรค์บนดินถิ่นแดนใต้ได้อย่างน่าหลงไหล ลองมาดูสิ แล้วจะรู้ว่าเบตง ยิ่งกว่าโอเค … 


 

ข่าวที่เกี่ยวข้อง