หางานหาดใหญ่ หาดใหญ่ ชัดทุกเรื่องเมืองหาดใหญ่ สงขลา อับเดตข่าวหาดใหญ่ Hatyaifocus สาวสวยหาดใหญ่ หนุ่มหล่อหาดใหญ่

ซื้อประกัน เดินทางออนไลน์
ติดตามข่าวสารหาดใหญ่ ข่าว งาน ที่พัก อับเดทตลอด 24 ชม. ได้ที่นี่ APP IOS
ติดตามข่าวสารหาดใหญ่ ข่าว งาน ที่พัก อับเดทตลอด 24 ชม. ได้ที่นี่ APP ANDROID
บอกเพื่อนคุณ
เรื่องเล่าจากสุสานสุลต่านสุลัยมาน ต. หัวเขา อ. สิงหนคร จ.สงขลา
10 พฤศจิกายน 2562 | 3,755

สุลต่านสุลัยมาน(ชาห์) เป็นบุตรชายคนโตของท่านโมกอลล์ ซึ่งอพยพครอบครัวจากเมืองสาเลห์ (ชวาภาคกลาง) โดยทางเรือมาตั้งหมู่บ้านที่ตำบลหัวเขาแดง ริมทะเลปากอ่าวสงขลา ในสมัยสมเด็จพระเอกาทศรถ ในประมาณปีพ.ศ. 2145 สมเด็จพระเอกาทศรถทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯให้เป็นข้าหลวงผู้สำเร็จราชการนครสงขลา และดำรงตำแหน่งนี้จนถึงปี พ.ศ. 2163 จึงถึงแก่อสัญกรรม

ท่านสุลัยมานจึงขึ้นครองนครสงขลาแทนบิดาในปี พ.ศ. 2163 ในฐานะผู้สำเร็จราชการนครสงขลา ในสมัยพระเจ้าทรงธรรม ต่อมาในปีพ.ศ. 2173 เจ้าพระยากลาโหมศรีสุริยวงศ์ ปราบดาภิเษกเป็นปฐมบรมกษัตริย์แห่งราชวงศ์ปราสาททอง ทรงพระนามว่า "สมเด็จพระเจ้าปราสาททอง" (ครองราชย์ พ.ศ. 2173-2199) ท่านสุลัยมานเห็นว่ามิใช่เป็นการสืบราชสันตติวงศ์ตามกฎมนเฑียรบาล จึงประกาศแข็งเมืองไม่ยอมขึ้นกับกรุงศรีอยุธยา และได้ประกาศเป็นรัฐอิสระตั้งแต่ปี พ.ศ. 2173

ย้อนไปเมื่อประมาณ 400 กว่าปี ในสมัยของพระเจ้าแผ่นดินนามว่าเอกาทศรถแห่งอาณาจักรกรุงศรีอยุธยา ได้มีดาโต๊ะโมกอลล์แห่งกรุงยอกยากาต้า (เกาะชวา อินโดนีเซีย) หลบภัยจากการล่าอาณานิคมของชาวฮอลันดา มาจอดรถ ณ หัวเขาแดงแห่งนี้ เพราะเห็นว่ามีชัยภูมิที่ดีจึงตกลงสร้างบ้านเรือนอยู่อาศัยพร้อมบริวาร

ซึ่งในปี พ.ศ. 2148 ดาโต๊ะ โมกอลล์ ได้ถวายตัวสวามิภักดิ์ต่อสมเด็จพระเอกาทศรถ และในเวลาต่อมาพระองค์ได้แต่งตั้ง ดาโต๊ะ โกมอลล์ เป็นข้าหวลงสำเร็จราชการเมืองสิงขรา ท่านมีบุตรอยู่ 2 คนด้วยกันคือ สุลัยมาน  และฟารีซี และมีบุตรีหนึ่งคนคือฟาติมะห์  ด้วยชื่อเสียงในฐานะเป็นเมืองท่าเทียบเรือจากนานาประเทศที่หมุนเวียนมาจอดพักหลบมรสุม  เมืองสิงขรา  หรือเมืองชิงกอรา  ได้เจริญขึ้นอย่างรวดเร็ว  ภายหลังดาโต๊ะ  โมกอลล์  ล่วงลับแล้ว  บุตรชายคนโตคือสุลัยมานได้สืบทอดตำแหน่งแทนบิดา  จนมีอำนาจเหนือเมืองใต้ในแถบนี้

และในปี พ.ศ. 2172 สมัยพระเจ้าแผ่นดินแห่งกรุงศรีอยุธยาทรงพระนามว่า พระเจ้าปราสาทอง ภายในแผ่นดินมีการแย่งชิงราชสมบัติ เป็นเหตุทำให้ท่านสุลัยมานประกาศอิสระภาพ และสถาปนาตนเองขึ้นเป็นสุลต่าน ผู้นำแห่งรัฐสิงขรานคร เมื่อในปี พ.ศ. 2185 พร้อมกับสร้างป้อมปราการและกำแพงรอบเมืองให้ดูมีความมั่นคงและแข็งแรงมากขึ้น แม้แต่กองทัพแห่งกรุงศรีอยุธยาจะยกทัพมาตี ก็ต้องพา่ยแพ้กลับไปทุกครา ครั้นเมื่อถึงวาระสุดท้าย สุลต่านได้ล่วงลับไปในปี พ.ศ. 2211 รวมอายุได้ 76 ปี โดยได้ประกอบพิธีฝังศพ ณ สุสานหาดทรายใกล้เขาแดงนี้เอง และผู้ที่มาสืบทอดต่อจากสุลต่านสุลัยมาน ก็คือบุตรชายองค์ใหญ่ นามว่า มุสตาฟา ในช่วงปี พ.ศ. 2211-2223 ซึ่งอยู่ในสมัยของพระเจ้าแผ่นดินพระนามว่า สมเด็จพระนารายณ์มหาราช 

ในเวลาต่อมารัฐสิขรานคร ได้ถูกปราบปรามลงเป็นเมืองขึ้นตรงต่อการปกครองของสยามประเทศดังเดิมแล้ว บุตรชายทั้งสามของท่านสุลต่านสุลัยมาน ก็ต่างแยกย้ายกันไปรับราชการสนองพระเบื้องยุคลบาทพระเจ้าแผ่นดินแห่งกรุงสยามสมัยอาณาจักรศรีอยุธยา คือ มุสตาฟา ในเวลาต่อมาได้เป็น พระยาศรีวิชัยสงครา , ฮุสเซน  ต่อมาได้เป็น  พระยาจักรี  เจ้าเมืองพัทลุง , ฮัสวัน  ต่อมาได้เป็น  พระยาบังสันแม่ทัพเรือ 

ในสายตระกูลสุลัยมานที่มีบทบาทสำคัญยิ่งคือ  เจ้าพระยาพัทลุงคางเหล็ก ( ขุน )  เท้าความถึงแผ่นดินพระเจ้าอยู่หัวบรมโกศแห่งอาณาจักรกรุงศรีอยุธยา  พระยาพัทลุง  ผู้บิดาพาบุตรชายชื่อขุนไปถวายตัวเป็นมหาดเล็ก  มีเพื่อนรุ่นเดียวกันอีก  3 คน รวมเป็น 4 คน ดังนี้ คือ  สินต่อมาคือสมเด็จพระเจ้าตากสินมหาราช , ทองด้วงต่อมาคือสมเด็จพระพุทธยอดฟ้าจุฬาโลกมหาราช ( รัชกาลที่ 1 ) บุญนาคต่อมาเป็นเจ้าพระยามหาเสนา ต้นตระกูลบุญนาคในปัจจุบัน , และขุน รับราชการอยู่ร่วมกับสินเป็นหนึ่งใน 500 คนที่ร่วมตีฝ่าวงล้อมแหกค่ายทหารพม่าออกมารวมพลต่อสู้กับกองทัพพม่าจนได้รับอิสรภาพภายใน 7 เดือน 

 

และเมื่อบิดา คือพระยาพัทลุงล่วงลับแล้ว  ขุนจึงได้สืบตำแหน่งแทนเป็นพระยาแก้วโกรพพิชัย และเป็นต้นตระกูล  ณ พัทลุง นับเป็นสายตระกูลสุลัยมานท่านหนึ่งที่มีบทบาทร่วมกอบกู้เอกราชชาติไทยกลับคืนมาหลังเสียกรุงศรีอยุธยาครั้งท้ายสุดในปี พ.ศ. 2310  นั้นเอง

ขอบคุณภาพข้อมูล : GoToKnow โดยดร. อุทัย เอกสะพรึง รูปส่วนหนึ่งจาก : สุสานหลวงสุลต่านสุลัยมานชาห์ และราชนิกุล

 

 

 

 

 

 

 

 

ข่าวที่เกี่ยวข้อง