หางานหาดใหญ่ หาดใหญ่ ชัดทุกเรื่องเมืองหาดใหญ่ สงขลา อับเดตข่าวหาดใหญ่ Hatyaifocus สาวสวยหาดใหญ่ หนุ่มหล่อหาดใหญ่

ซื้อประกัน เดินทางออนไลน์
ติดตามข่าวสารหาดใหญ่ ข่าว งาน ที่พัก อับเดทตลอด 24 ชม. ได้ที่นี่ APP IOS
ติดตามข่าวสารหาดใหญ่ ข่าว งาน ที่พัก อับเดทตลอด 24 ชม. ได้ที่นี่ APP ANDROID
บอกเพื่อนคุณ
ลพบุรีราเมศว์.. ที่ไม่ควรรู้จักเพียงแต่ชื่อถนน
16 กันยายน 2562 | 1,551

หลาย ๆ คนใช้เส้นทางสายลพบุรีราเมศว์ในการสัญจรเพื่อจะข้ามไปยังจังหวัดหรืออำเภออื่น ๆ อีกมากมาย ทุกครั้งที่เราออกเดินทางกันไกลเราเคยนึกถามตัวเองภายในใจบ้างหรือไม่ว่าถนนเส้นนี้มีที่มาประวัติอย่างไร เคยมีสักแว็บที่ฉุดมาในหัวไหมว่าทุกอย่างมีที่มา สิ่งเหล่านี้มักจะมาพร้อมกับการเฟ้นหาคำตอบเสมอ

วันนี้เราจะพาคุณผู้อ่านไปทำความรู้จักกับถนนเส้นนี้กัน...  พลเอกสมเด็จพระเจ้าบรมวงศ์เธอ เจ้าฟ้ายุคลฑิฆัมพร กรมหลวงลพบุรีราเมศวร์ มีพระนามเดิมว่า "พระองค์เจ้าชายยุคลทิฆัมพรบดินทรเทพนิพัทธิ์ขัตติยราชกุมาร"ทรงประสูติเมื่อวันที่ 17 มีนาคม พ.ศ.2425 ในพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว กับพระอัครชายาเธอ พระองค์เจ้าสายสวลีภิรมย์ ทรงเป็นพระราชโอรสองค์ที่ 41 ในพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว

มื่อทรงมีชันษาได้ 6 พรรษา ในปี พ.ศ.2431 พระราชบิดาได้สถาปนาเป็น"พระเจ้าลูกยาเธอ เจ้ายุคลฑิฆัมพร "ในปี พ.ศ. 2434 ทรงมีชันษาได้ 9 พรรษา ได้รับการสถาปนาเป็น" สมเด็จพระเจ้าลูกยาเธอ เจ้าฟ้ายุคลฑิฆัมพรฯ กรมหมื่นลพบุราดิส" ต่อมาในปีพ.ศ.2449 ได้รับการสถาปนาเป็น "สมเด็จพระเจ้าลูกยาเธอ เจ้าฟ้ายุคลฑิฆัมพร กรมขุนลพบุรีราเมศวร์"

ทรงได้รับการศึกษาขั้นต้นทั้งภาษาไทยและภาษาอังกฤษในราชสำนัก ต่อมาพรราชบิดาส่งไปศึกษาวิชาการที่ประเทศอังกฤษ โดยได้เข้าศึกษาในมหาวิทยาลัยเคมบริดจ์ ทรงสอบได้ปริญญาโทเกียรตินิยมทางอักษรศาสตร์ เสด็จกลับประเทศไทยเมื่อ พ.ศ.2449 ขณะทรงมีพระชนมายุ 24 พรรษา ทรงรับราชการครั้งแรก ในกรมพลัมภัง(กรมการปกครองในปัจจุบัน) กระทรงวงมหาดไทย ระหว่างปี พ.ศ. 2453-2458 โปรดเกล้าฯให้ทรงดำรงตำแหน่งสมุหเทศาภิบาล มณฑลนครศรีธรรมราช

ซึ่งตั้งสำนักงานอยู่ที่เมืองสงขลา ท่านนับเป็นเจ้านายพระองค์แรก และพระองค์เดียวที่เป็นข้าหลวงต่างพระเนตร พระกรรณ แห่งพระบาทสมเด็จพระมงกุฎเกล้าเจ้าอยู่หัว ในฐานะสมุหเทศภิบาลมณฑลนครศรีธรรมราช และเป็นอุปราชปักษ์ใต้ ซึ่งมีอำนาจบังคับบัญชา มณฑลสุราษฎร์ธานี มณฑลนครศรีธรรมราช และมณฑลปัตตานี ระหว่างปี พ.ศ.2458-2468 รวมระยะเวลาที่ประทับอยู่ภาคใต้นานถึง 15 ปี และทรงเป็นต้นราชสกุล "ยุคล"

พระราชกรณียกิจที่สำคัญ ขณะดำรงตำแหน่งสุมหเทศาภิบาลมณฑลนครศรีธรรมราช และอุปราชมณฑลปักษ์ใต้ ทรงมีพระทรรนะว่าปักษ์ใต้สามารถสร้างความเจริญให้เกิดขึ้นได้ ในหลายประการสถาน พระองค์จึงได้ทรงทำหนังสือทูลเสนาบดีกระทรวงหมาดไทยในขณะนั้น เป็นต้นว่า ในเดือนเมษายน พ.ศ. 2453 พระงองค์ได้เสด็จไปตรวจราชการที่เมืองนครศรีธรรมราช เมืองพัทลุง และเมืองสงขลา ทรงทำหนังสือทูลเสนาบดีกระทรวงมหาดไทยถึงเรื่องการทำถนนในเมืองสงขลาว่า พระยาชลบุรานุรักษ์ได้รื้อกำแพงเมืองสงขลา และจะทำถนนไปบนรากกำแพง พระองค์ท่านเห็นว่าการรื้อจะเปลืองเงินเปลืองเวลา จึงเสนอให้ทำถนนบนที่ราบริมกำแพงนอเมือง รือกำแพงเป็นตอน ๆ เอาหินถมถนน จะทำให้งานเสร็จเร็วขึ้น และราคาประหยัดกว่าทำถนนบนรากกำแพง

พระองค์ทรงมีวิสัยทัศน์ในการพัฒนาบ้านเมืองด้านการคมนาคมขนส่ง และ การดำรงชีพ ของประชาชนมาก ทรงเสนอเรื่องเร่งด่วนต่อกระทรวงหมาดไทย 4 เรื่องคือ1.เรื่องอ่าวสงขลา พันโคคอล นายตำรวจภูธรมณฑลภูเก็ต ได้เสนอความเห็นจ่อสุมหเทศภิบาลมณฑลภูเก็ต ให้เอานักโทษทั้งหมดมาทำลายเกาะหนู ที่ปากน้ำทะเลสาบสงขลา เพื่อสร้างเขื่อนกั้นคลื่นลม ซึ่งเป็นตัวการที่นำเอาตะกอนดินมาทับถมปากน้ำทะเลสาบ แต่พระองค์ไม่เห็นด้วย! ทรงเสนอว่าควรสร้างเขื่อน "เบรควอเตอร์" กันคลื่นหน้ามรสุมให้เรือใหญ่เข้าจอดหน้าอ่าวสงขลาได้ เขื่อนนี้ ทำได้ยากลงทุนมาก

แต่ถ้าทำสำเร็จจะมีประโยชน์อย่างมหาศาล แและยังมีทางที่จะพัฒนาอ่าวสงขลาได้อีกทางหนึ่ง คือการขุดลอกร่องน้ำให้ลึกสำหรับเรือขนาดกลางเข้าออกได้ นี่คือปฐมที่มาของการสร้างเชื่อคอนกรีตถมหินที่แหลมสนอ่อน และการขุดลอกร่องน้ำที่กำลังดำเนินการในปัจจุบัน และสามารถทำให้เรือขนาดกลาง และใหญ่ เข้ามาจอดขนถ่ายสินค้า ที่ท่าเรือสงขลา2. เรี่องถนน ทรงเสนอความเห็นต่อรัฐบาลว่า ควรสร้างถนนใหม่สายใหญ่ เดินคู่ไปกับทางรถไฟสายใต้ ถนนที่สร้างนั้น จะต้องตัดผ่านหมู่บ้านสำคัญ ๆ แต่ไม่ควรห่างจากทางรถไฟมากกว่า 20 เส้น และสร้างถนนย่อยๆ ไปยังหมู่บ้านต่างๆ เพื่อขนถ่ายสินค้ามาป้อนรถไฟ

ตลอดระยะเวลา 15 ปี ที่พระองค์ ดำรงตำแหน่งเทศาภิบาลมณฑลนครศรีธรรมราช และอุราชภาคใต้ ทรงเลือกเอาเมืองสงขลาเป็นที่ตั้งที่ว่าการมณฑลในวาระแรกที่พระองค์มาประทับใหม่ๆ อยู่ ณ สัณฐานคาร ซึ่งเป็นอาคารในบริเวณโรงเรียนวิเชียรชม ต่อมาทรงราบว่า อาคารนี้ผู้สร้าง มีวัตถุประสงค์ใช้เป็นโรงเรียนมหาวชิราวุธ จึงทรงสร้างสัณฐานคารขึ้นใหม่ เป็นตึกเล็กๆ ใกล้กับสระบัว บริเวณหน้าโรงเรียนเทศบาล 4 (บ้านแหลมทราย) ซึ่งต่อมาใช้เป็นที่ว่การอำเภอ และโรงเรียนเทศบาล 4 ซึ่งสัณฐานคารนั้นบัดนี้ ได้ถูกทำลายลงหมดแล้ว

พ.ศ. 2454 ย้ายไปประทับที่ตำหนักเขาน้อย พระองค์ทรงมีบทบาทหลายด้านต่อภาคใต้ มีส่วนสำคัญที่ปกป้องแผ่นดินปักษ์ใต้ ให้พ้นจากการคุกคามของอังกฤษ เพราะผู้ว่การเกาะสิงคโปร์ ซึ่งมีอำนาจครอบงำมาเลเซียตอนนั้นเป็นเพื่อนนักเรียนร่วมห้องกับพระองค์ สมัยเรียนที่อังกฤษ พระองค์ท่านทรงอภิเษกกับพระเจ้าวรวงศ์เธอพระองค์เจ้าหญิงเฉลิมเขตรมงคล พระธิดาในสมเด็จพระเจ้าบรมวงศ์เธอ เจ้าฟ้ากรมพระยาภาณุพันธวรพันธุวรเดช

เมื่อ พ.ศ.2450 ทรงมีพระโอรส 3 พระองค์คือ พระเจ้าวรวงศ์เธอพระองค์เจ้าภาณุพันธุ์ยุคล พระเจ้าวรวงศ์เธอพระองค์เจ้าเฉลิมพลฑิฆัมพร และพระเจ้าวรวงศ์เธอพระองค์เจ้าอนุสรมงคลการพลเอกสมเด็จพระเจ้าบรมวงศ์เธอ เจ้าฟ้ายุคลฑิฆัมพร กรมหลวงลพบุรีราเมศวร์ สิ้นพระชมน์เมื่อปี พ.ศ.2475 ขณะทรงมีพระชนมายุเพียง 50 พรรษา

ขอบคุณข้อมูล : Hatyai life society