หางานหาดใหญ่ หาดใหญ่ ชัดทุกเรื่องเมืองหาดใหญ่ สงขลา อับเดตข่าวหาดใหญ่ Hatyaifocus สาวสวยหาดใหญ่ หนุ่มหล่อหาดใหญ่

ซื้อประกัน เดินทางออนไลน์
ติดตามข่าวสารหาดใหญ่ ข่าว งาน ที่พัก อับเดทตลอด 24 ชม. ได้ที่นี่ APP IOS
ติดตามข่าวสารหาดใหญ่ ข่าว งาน ที่พัก อับเดทตลอด 24 ชม. ได้ที่นี่ APP ANDROID
บอกเพื่อนคุณ
สงขลา | เปิดด่านฟื้นการค้าชายแดน กระตุ้นส่งออกครึ่งปีหลัง
5 สิงหาคม 2563 | 2,839
สงขลา | เปิดด่านฟื้นการค้าชายแดน กระตุ้นส่งออกครึ่งปีหลัง
รับทำประกันภัย ดูแลตลอด 24ชม.
คลินิกศัลยกรรม

ที่ผ่านมา รัฐบาลได้เคยตั้งเป้าส่งเสริมการค้าชายแดนไทยกับประเทศเพื่อนบ้านมูลค่าตลอดทั้งปี 2563 ไว้ที่ประมาณ 2 ล้านล้านบาท เพิ่มจากปี 2562 ที่มีมูลค่า 1.337 ล้านล้านบาท แต่เพราะผลกระทบจากการแพร่ระบาดของไวรัสโควิด-19 ตั้งแต่ต้นปีที่ผ่านมา ได้ส่งผลให้การค้าชายแดนไทยในช่วง 5 เดือนแรกของปี 2563 (มกราคม-พฤษภาคม) ซบเซาอย่างหนัก เนื่องจากการปิดด่านเพื่อสกัดกั้นการแพร่ระบาด แต่รัฐบาลยังผ่อนปรนให้เปิดด่านถาวรและจุดผ่อนปรนให้สามารถขนส่งสินค้าได้จำนวน 28 ด่าน จากทั้งหมด 97 ด่าน

การปิดด่านฯ ส่งผลกระทบโดยตรงต่อผู้ประกอบการทั้งส่งออกและนำเข้า เพราะไทยต่างก็ต้องพึ่งพาการค้ากับประเทศเพื่อนบ้านกันมายาวนาน เนื่องจากประเทศเพื่อนบ้านมีความต้องการสินค้าไทยเป็นอย่างมากเพราะความนิยมในคุณภาพของสินค้าไทยซึ่งมีมาตรฐานสินค้าและความคุ้มค่าสูง นอกจากเราจะขายสินค้าให้เพื่อนบ้านได้มากแล้ว เรายังได้รับสินค้าที่มีความหลากหลายจากเพื่อนบ้าน ทำให้เรามีทางเลือกมากขึ้นและยังได้ช่วยส่งเสริมเศรษฐกิจของประเทศเพื่อนบ้านอีกด้วย

ข้อมูลจากกรมการค้าต่างประเทศชี้ให้เห็นว่า ประชาชนคนไทยได้รับประโยชน์จากการได้ดุลการค้าเพื่อนบ้าน โดยในช่วงปี 2562 การค้าชายแดน[1] กับประเทศเพื่อนบ้าน 4 ประเทศ (มาเลเซีย สปป. ลาว กัมพูชา และเมียนมาร์)     มีมูลค่า 1,069,251 ล้านบาท เป็นการส่งออก 612,490 ล้านบาท นำเข้า 456,762 ล้านบาท ไทยเกินดุลการค้า 155,728 ล้านบาท และการค้าผ่านแดน[2] กับ 3 ประเทศ (จีน สิงคโปร์ และเวียดนาม) มูลค่า 268,031 ล้านบาท เป็นการส่งออก 136,933 ล้านบาท นำเข้า 131,098 ล้านบาท ไทยเกินดุลการค้า 5,834 ล้านบาท

เมื่อสถานการณ์การแพร่ระบาดของไวรัสโควิด-19 เริ่มคลี่คลายลง พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี ได้สั่งการให้ปลดล็อกระยะที่ 5 เริ่มตั้งแต่เมื่อวันที่ 1 กรกฎาคมที่ผ่านมา โดยนายกรัฐมนตรีได้เน้นย้ำระหว่างการประชุมคณะรัฐมนตรีเมื่อวันที่ 8 กรกฎาคม 2563 ว่า ไทยจะต้องเร่งสนับสนุนการค้าที่ด่านชายแดน และเพิ่มการค้าระหว่างไทยกับประเทศในกรอบยุทธศาสตร์ความร่วมมือทางเศรษฐกิจ อิรวดี – เจ้าพระยา – แม่โขง (Ayeyawady – Chao Phraya – Mekong Economic Cooperation Strategy: ACMECS) ได้แก่ กัมพูชา สปป. ลาว เมียนมาร์ เวียดนาม และไทย โดยมอบกระทรวงพาณิชย์เป็นหน่วยงานที่รับผิดชอบดำเนินการต่อไป

บัดนี้ ได้มีการอนุมัติให้เปิดจุดผ่านแดน และจุดผ่อนปรนเพิ่มเติม 9 จุดใน 9 จังหวัด ท่ามกลางการคุมเข้มการแพร่ระบาดไม่ให้กลับมาระบาดรอบ 2 ได้ ได้แก่

-จุดผ่านแดนถาวรท่าเรือหนองคาย จ.หนองคาย

-จุดผ่านแดนถาวรบ้านคกไผ่ อ.ปากชม จ.เลย

-การผ่อนปรนเปิดช่องทาง/ท่าข้ามธรรมชาติ ตลาดแนวชายแดนไทย-พม่า จ.ตาก

-จุดผ่อนปรนการค้าบ้านห้วยต้นนุ่น อ.ขุนยวม จ.แม่ฮ่องสอน

-จุดผ่อนปรนการค้าบ้านแจมป๋อง อ.เวียงแก่น จ.เชียงราย

-จุดผ่านแดนถาวรบ้านผักกาด อ.โป่งน้ำร้อน จ.จันทบุรี

-จุดผ่านแดนถาวรปาดังเบซาร์ และจุดผ่านแดนถาวรด่านบ้านประกอบ จ.สงขลา

-จุดผ่อนปรนพิเศษด่านสิงขร อ.เมือง จ.ประจวบคีรีขันธ์

-จุดผ่านแดนถาวรบ้านพุน้ำร้อน จ.กาญจนบุรี

ทำให้วันนี้ มีด่านชายแดนที่เปิดแล้วเพิ่มเป็น 37 จุด จากทั้งหมด 97 จุด เป็นด่านถาวร 31 จุด จากทั้งหมด 42 จุด  เป็นด่านผ่อนปรนการค้าและท่องเที่ยว 4 จุด จาก 52 จุด เป็นด่านผ่อนปรนพิเศษ 1 จุด และเป็นด่านชั่วคราว 1 จุด แม้ว่ายังเปิดไม่ได้ครบทั้งหมด รัฐบาลจะประสานเพื่อให้มีการเปิดเพิ่มเติม โดยเฉพาะ 11 ด่านถาวรที่เหลือซึ่งเป็นด่านติดกับเมียนมาร์และ สปป. ลาว

โดยขณะนี้ ได้มีการสั่งการไปยังผู้ว่าราชการจังหวัดในจังหวัดที่อยู่ติดกับประเทศเพื่อนบ้านให้พิจารณาเปิดช่องทางเข้าออกด่านจุดผ่านแดน หรือจุดผ่อนปรนในพื้นที่รับผิดชอบ โดยเฉพาะเพื่อการนำเข้าส่งออกสินค้าผ่านแดนได้ตามความจำเป็น เพื่อบรรเทาผลกระทบและขับเคลื่อนเศรษฐกิจการค้าชายแดน แต่จะต้องมีมาตรการป้องกันโรค และกำกับการปฏิบัติเพื่อให้เป็นไปตามกฎระเบียบและเงื่อนไขที่ทางราชการกำหนดอย่างเคร่งครัด ทั้งหมดนี้ ทำให้มีจุดผ่านแดนเพิ่มขึ้นอีก 12 จุด ตั้งแต่วันที่ 7 กรกฎาคม ที่ผ่านมา ดังนี้

-ไทย-มาเลเซีย จำนวน 4 จุด คือ จุดผ่านแดนถาวรด่านบ้านประกอบ จ.สงขลา / จุดผ่านแดนถาวรด่านบูเก๊ะตา จ.นราธิวาส / จุดผ่านแดนถาวรปาดังเบซาร์ จ.สงขลา / จุดผ่านแดนถาวรด่านตากใบ จ.นราธิวาส

-ไทย-เมียนมาร์ จำนวน 6 จุด คือ จุดผ่านแดนถาวรบ้านพุน้ำร้อน จ.กาญจนบุรี / จุดผ่อนปรนพิเศษด่านสินขร จ.ประจวบคีรีขันธ์ / จุดผ่อนปรนการค้าช่องทางบ้านห้วยต้นนุ่น จ.แม่ฮ่องสอน / จุดผ่อนปรนการค้าบ้านห้วยผึ้ง จ.แม่ฮ่องสอน / จุดผ่อนปรนการค้าบ้านแม่สามแสบ จ.แม่ฮ่องสอน / จุดผ่อนปรนทางการค้าด่านพระเจดีย์สามองค์ (จุดผ่านแดนชั่วคราวเพื่อการท่องเที่ยว) จ.กาญจนบุรี

-ไทย-สปป.ลาว จำนวน 1 จุด คือ จุดผ่อนปรนการค้าบ้านใหม่ชายแดน อ.สองแคว จ.น่าน

-ไทย-กัมพูชา จำนวน 1 จุด คือ จุดผ่านแดนถาวรบ้านผักกาด อ.โป่งน้ำร้อน จ.จันทบุรี

ในด้านมูลค่าการค้าชายแดนในช่วง 5 เดือนที่ผ่านมา พบว่า มาเลเซีย ยังเป็นคู่ค้าอันดับหนึ่ง สินค้าส่งออกที่สำคัญ ได้แก่ ยางพารา เครื่องคอมพิวเตอร์และแผงวงจรไฟฟ้า

-มาเลเซีย  มีมูลค่าการค้ารวม 87,854 ล้านบาท ลดลง 32.43%

-สปป.ลาว มูลค่าการค้ารวม 77,172 ล้านบาท  ลดลง 6.59%

-เมียนมาร์ มูลค่าการค้ารวม 73,740 ล้านบาท ลดลง 10.96%

-กัมพูชา มูลค่าการค้ารวม 70,872 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 5.20%

นอกจากนี้ ในด้านมูลค่าการค้าผ่านแดน ช่วง 5 เดือนที่ผ่านมา จีนยังเป็นคู่ค้าอันดับหนึ่ง โดยมีสิงคโปร์ และ เวียดนามรองลงมา

-จีน มีมูลค่าการค้ารวม 90,740 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 15.74%

-สิงคโปร์ มีมูลค่าการค้ารวม 36,102 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 20.83%

-เวียดนาม มีมูลค่าการค้ารวม 24,697 ล้านบาท ลดลง 26.71%

-ประเทศอื่น ๆ มีมูลค่าการค้ารวม 63,180 ล้านบาท ลดลง 16.85%

ทั้งนี้ การค้าชายแดนและจุดผ่านแดนของไทยในช่วง 5 เดือนแรกของปี 2563 มีมูลค่ารวมทั้งสิ้น 524,357 ล้านบาท ลดลงร้อยละ 9.71 เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน แต่คาดการณ์แนวโน้มการค้าชายแดนและผ่านแดนในช่วง 6 เดือนหลังของปี 2563 เชื่อว่าจะเริ่มปรับตัวดีขึ้นจากการคลายล็อกมาตรการและเปิดจุดผ่านแดนได้ครบทุกจุด ซึ่งต้องขึ้นอยู่กับสถานการณ์โควิด-19 และการไม่กลับมาแพร่ระบาดรอบ 2 อันจะทำให้การค้าชายแดนกลับมาคึกคักสู่สภาวะปกติอีกครั้ง

ขอบคุณข้อมูล : สำนักงานบริหารนโยบายของนายกรัฐมนตรี

โรงแรมโคลเวอร์หาดใหญ่
เสริมหน้าอก JaremClinic
แก้ไขกล้ามเนื้อตาอ่อนแรง JR Jarem
ติดต่อโฆษณา

ข่าวที่เกี่ยวข้อง